กลายเป็นความส สัมพันธ์เช่นนี้”
นางมองเสวียนเฟย “ท่านก็รู้ว่าข้าไม่เชื่อใจท่าน ข้าไม่เชื่อท่านตั้งแต่แรกดังนั้นข้าจึงหลอกท่านให้ฝึกฝนวิชาลับนั่น แต่ตอนนี้ข้าเห็นท่านเป็นสหายดังนั้นก่อนจะสายเกินไป ข้าก็ไม่อยากทิ้งท่าน หากสามปีนี้มีความหมายกับท่านอยู่บ้างก็ให้โอกาสข้าแล้วก็ให้โอกาสตัวเองดีหรือไม่เจ้าคะ”
ด้วยน้ำเสียงที่จริงใจเช่นนี้เสวียนเฟยไม่สามารถพูดปฏิเสธออกมาได้
ในที่สุดเขาถามขึ้นว่า “โอกาสอะไรหรือ”
“คืนนี้พวกเราจะเผชิญกับความท้าทายที่สำคัญมาก” นางพูด “บุรุษชุดครามผู้นั้นอาจมาแย่งชิงของสิ่งนั้นไป” ดวงตาของเสวียนเฟยสั่นไหว
“ท่านก็รู้ว่าเขาเก่งเพียงใด” หมิงเวยพูดเสียงเบา “ไม่ว่าจะเรื่องเคล็ดวิชาหรือวรยุทธ์ เขาเป็นยอดฝีมือระดับต้นๆ การเอาชนะเขาข้าอาจจะต้องสู้ด้วยชีวิต หากข้ามีชีวิตกลับม มาท่านช่วยบอกเรื่องราวภายในแก่ข้าจะได้หรือไม่ ความขัดแย้งของท่านในตอนนี้ชัดเจนมากจนไม่รู้จะเลือกทางใด ข้าจะพิสูจน์ความแข็งแกร่งของข้า และเมื่อถึงเวลานั้นให้ข้าช่วยท ท่านตัดสินใจด้วยดีหรือไม่เจ้าคะ”
เสวียนเฟยขยับริมฝีปากของเขา และต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร
หมิงเวยยิ้ม “ในเมื่อท่านไม่คัด