นั้นร่างอีกสองสามร่างก็ปรากฏขึ้น ผู้อาวุโสท่านหนึ่งสะบัดแส้ขนหางจามรีแล้วเดินออกจากศาลา “ข้าเอง!”
เมื่อหมิงเวยมาถึงหอดูดาวก็เต็มไปด้วยผู้บุกรุกพวกมันมีผู้คนมากมาย และที่นี่มียอดฝีมือประมาณสิบคนได้ แม้คนเหล่านี้จะปลอมตัวมา แต่เพียงแวบเดียวนางก็จำซูรื่อฉู่ และนักพรตห หญิงชิงหลินได้
แยกออกอย่างไรหรือต่อให้คนถูกห่อรวมกันเป็นจ้งจึ[2]แล้วอย่างไร
นางเข้าไปแทรกการต่อสู้โต้กลับกระบวนท่ากับนักพรตหญิงชิงหลินแล้วโบกมือให้ลูกศิษย์เสวียนตูกวันให้ถอยไป
“ตรงนี้ข้าจัดการเอง”
ลูกศิษย์ผู้นี้ยังเด็กมากทำให้ยากจะรับมือเมื่อเห็นนางมาช่วยก็รู้สึกเหมือนคลายความกดดันลงไปเยอะ “ขอบคุณแม่นาง รบกวนท่านแล้ว!”
หมิงเวยมองชิงหลินแล้วทักทายด้วยรอยยิ้ม “ท่านเซียนไม่ได้เจอกันนานนะเจ้าคะ!”
ชิงหลินดึงหน้ากากลงด้วยความโกรธ “ท่านจำได้ด้วยหรือ”
“ท่านเซียนต่างจากคนทั่วไปไม่เหมือนคนธรรมดา ข้าต้องจำได้แน่นอนอยู่แล้ว”
ไม่รู้ว่าควรพูดว่าชิงหลินไม่เฉลียดฉลาดดีหรือไม่เมื่อได้ยินคำพูดของนางก็มีสีหน้าเบิกบาน “แม้ท่านจะเป็นเด็กที่น่ารังเกียจ แต่ที่พูดมาเป็นความจริงอย่างยิ่ง”
หมิงเวยพูดต่อว่า “แน่นอน ข้าพูดความจริงเสมอเจ้าค่ะ”
หนิงซิวที่อยู่ข้