ดาวเป็นสถานที่ของพวกเขาจะแน่ใจได้อย่างไรว่าพวกเขาจะไม่เข้ามายุ่งด้วย”
หรือจะพูดว่าพวกเขาจะสามารถขโมยป้ายสะกดวิญญาณออกมาได้หรือ
ในเมื่อในประวัติศาสตร์ของหมิงเวยเขาบุกเข้าไปขโมยป้ายสะกดวิญญาณออกมาเห็นได้ชัดว่าเสวียนตูกวันให้ความสำคัญกับสิ่งนี้เป็นอย่างมาก
หมิงเวยยิ้ม “จะไปยากอะไรพวกเรามีเหตุผลในการใช้กำลังของผู้ที่มีอำนาจอยู่ในมือไม่ใช่หรือ”
……………
เหตุผลที่ว่านั่นหมายถึงพระราชโองการ…พวกเขาเชิญเจี่ยงเหวินเฟิงมาพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้
เจี่ยงเหวินเฟิงไม่พูดไม่จาแม้แต่คำเดียว “ข้ามีพระราชโองการอยู่ในมือและสามารถช่วยพวกท่านได้ แต่ก่อนหน้านั้นข้าต้องการชี้แจงให้พวกท่านทราบก่อน”
“ว่าอย่างไร”
“พลังของบุรุษชุดครามผู้นั้นแข็งแกร่งกว่าพวกท่านหรือ ประมาณเท่าไร”
หมิงเวยที่เคยต่อสู้กับเขาแบบตัวต่อตัวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า “หากในด้านเคล็ดวิชาอย่างน้อยข้าสามารถสู้กับเขาได้อย่างสูสี”
หยางชูรีบพูดต่อทันทีว่า “ในด้านวรยุทธ์ข้าไม่กลัวเขา ทักษะของศิษย์พี่น่าจะแข็งแกร่งกว่าเขานิดหน่อย”
เจี่ยงเหวินเฟิงพยักหน้า “เช่นนั้นแม้คนผู้นี้จะเป็นยอดฝีมือ แต่เขาไม่สามารถเอาชนะพวกท่านได้ แล้วเหตุใดเขาถึงมาเสวียนตูก