ิงเวยรู้ว่าที่ตนเองได้เปรียบนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะรากฐานที่วางไว้ในชีวิตก่อนของนางคงปราบปรามเสวียนเฟยไม่ง่ายเช่นนี้ แต่อวี้หยาง งไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนางเลย
เสวียนตูกวันไม่ได้เป็นเพียงสำนักเท่านั้น แต่ยังต้องแบกรับความรับผิดชอบในการปกป้องโชคชะตาของแผ่นดินด้วย ความสามารถของอวี้หยางยังห่างชั้นเกินไป
“ยิ่งไปกว่านั้นเหตุผลที่จู่ๆ อาจารย์ตัดสินใจจากไปอย่างสงบนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับข้าอย่างมากจะบอกว่าข้าทำร้ายอาจารย์ก็ไม่ผิดนัก”
คำพูดนี้ยิ่งแปลกเข้าไปใหญ่ในตอนที่ราชครูซูสิงนั่งจากไปอย่างสงบ เสวียนเฟยยังคงท่องยุทธภพอยู่เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับเขากัน
หมิงเวยถามว่า “ท่านหมายถึง การตายของราชครูซูสิงเกิดจากฝีมือมนุษย์งั้นหรือเจ้าคะ”
“ใช่ ท่านอาจารย์ตายเพื่อปกป้องข้า”
หมิงเวยเลิกคิ้วนางจับประเด็นสำคัญจากคำพูดเขา “เป็นศัตรูของเสวียนตูกวันที่ฆ่าเขาหรือเจ้าคะ”
“ไม่ใช่ศัตรูของเสวียนตูกวัน”
“แล้วเป็นผู้ใดกัน” เสวียนเฟยไม่ตอบ
หมิงเวยสูดหายใจเข้าลึกๆ “ท่านจะบอกครึ่งปิดครึ่งอย่างนั้นหรือ ทำเช่นนี้ต้องการสื่ออะไรเจ้าคะ ข้าคิดว่าเมื่อเราบรรลุข้อตกลงร่วมกัน พวกเราต้องมองอีกฝ่ายเป็นสหาย จะลำบาก กหรือเสี่ยงก็ช่างอย่างน้อย