ก็พูดอย่างตรงไปตรงมาเถอะเจ้าค่ะ หรืออยากจะยกเลิกก็ย่อมได้ แต่ต้องให้เหตุผลที่ถูกต้องก่อนแล้วข้าจะออกจากเสวียนตูกวันทันทีแล้วจะไม่สนใจท่านอี กเจ้าค่ะ”
ดวงตาของเสวียนเฟยไหววูบเขาหลับตาลงครู่หนึ่ง และในที่สุดก็พูดต่อ
“ท่านเดาถูกแล้วมีคนกลุ่มหนึ่งอยู่ที่นี่คนเหล่านั้นมีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดากับข้า ไม่ใช่ศัตรู แต่ก็ไม่ใช่มิตรเช่นกัน แน่นอนว่าสำหรับพวกท่านแล้วพวกเขาเป็นศัตรู ตอนนี้ข ข้าสับสนมากจนไม่รู้จะทำอย่างไร”
หมิงเวยเงียบไปครู่หนึ่งแล้วพูดขึ้นว่า “ข้ารู้แล้วเจ้าค่ะ”
“ท่านรู้อะไร”
“เข้าใจเรื่องบางอย่างที่ไม่เคยเข้าใจมาก่อน” นางพูดออกไปแค่นั้นแล้วถามว่า “แล้วอวี้หยางตายอย่างไรเจ้าคะ เกี่ยวข้องกับท่านหรือไม่”
ครั้งนี้เสวียนเฟยตอบว่า “เขาเป็นผู้ที่จู่โจมทันทีข้าไม่ได้อยากฆ่าเขา แต่…การตายของเขาข้าต้องรับผิดชอบ”
“กริชเล่มนั้นท่านเป็นคนแทงใช่หรือไม่ หรือว่าเป็นร่างกายของท่าน” เสวียนเฟยเงียบและไม่ปฏิเสธ
หมิงเวยรู้อยู่แก่ใจ “ตอนนั้นท่านสูญเสียการควบคุมตนเองใช่หรือไม่เจ้าคะ ในเจดีย์กงเต๋อมีบุคคลที่สามควบคุมท่านถูกหรือไม่” เสวียนเฟยยังคงเงียบต่อไป
หมิงเวยหายใจเข้าลึกๆ แล้วถามคำถามที่สำคัญที่สุด “สิ่งที