องราวให้ฟังอันอ๋องเฟยจึงจัดการเตรียมของอย่างมีความสุข อันอ๋องก้าวเท้าเดินไปที่สวนหลังบ้านด้วยความตื่นเต้น
“หลานชายๆ!” เขาตะโกนข้ามกำแพง
หยางชูที่ตกปลาจนเกือบเคลิ้มหลับไปตอบกลับไปว่า “มีอะไรงั้นหรือ”
“ข้าเชื่อฟังเจ้า พบว่าเสด็จพ่อดูเหมือนไม่ได้น่ากลัวเพียงนั้น”
“ไร้สาระ!” หยางชูบิดคอตนเอง “นั่นบิดาที่แท้จริงของท่าน มีอะไรน่ากลัวกัน”
อันอ๋องพูดอย่างมีความสุข “ข้าเคยคิดว่าเสด็จพ่อน่ากลัว แต่ที่จริงแล้วท่านอัธยาศัยดี พอข้าบอกว่าเรียนจบแค่ปรัชญาขงจื๊อ ท่านไม่ทรงกริ้ว แต่วันรุ่งขึ้นข้าต้องไปเข้าเรียน เฮ้อ…อายุข้าปานนี้แล้วต้องไปเรียนร่วมกับน้องสี่น้องห้า ช่างน่าอายจริง!”
“มีอะไรน่าอายกันความคืบหน้าของพวกท่านไม่เหมือนกัน อย่างไรก็ต้องแยกกันเรียน เมื่อถึงตอนนั้นท่านก็มีห้องเรียนเป็นของตนเอง มีอาจารย์ที่มีวิชาความรู้มากที่สุดจะมาสอนท่าน เช่นนั้นไม่ดีหรือการเรียนรู้ไม่ใช่เรื่องง่าย ท่านดูกั๋วจื่อเจียนสิ นักเรียนอายุสามสิบสี่สิบก็มีไม่น้อย แม้แต่ไท่จื่อ…อ้อ องค์ชายใหญ่ก็เรียนไปประชุมการเมืองไปจนถึงอายุยี่สิบถึงสำเร็จการศึกษา”
“ที่เจ้าพูดมาก็ถูก” อันอ๋องคลายความละอายไป แต่เมื่อคิดว่าตนต้องตื่นตั้งแต่ยามห้า[1]ก็