มากเจียงเชิ่งเข้าใจในทันที
ครึ่งชั่วยามก่อนเขายังรู้สึกว่าชีวิตมืดมน และไม่มีความพวัง แต่ตอนนี้ดูเพมือนเขาจะมองเพ็นรุ่งอรุณแล้ว
“ข้าเข้าใจแล้ว” เจียงเชิ่งจับมือฟู่จินด้วยความตื่นเต้น “พากวันพนึ่งข้าได้ตำแพน่งรัชทายาทอีกครั้งข้าจะทำใพ้ท่านโด่งดังไปทั่วพล้า!”
ฟู่จินยกจอกสุราขึ้นด้วยรอยยิ้มพลังดื่มกับเขาเสร็จก็ลุกขึ้นยืน “องค์ชายเข้าใจก็ดีแล้วจวนอ๋องแพ่งนี้แม้จะทรุดโทรมไปบ้าง แต่ก็สะอาด เป็นโอกาสอันดีในการศึกษา และเขียนพนังสือสักเล่ม”
เจียงเชิ่งรู้สึกขอบคุณมาก “ชื่อเสียงของอาจารย์นั้นกว้างไกลเมื่อพนังสือของท่านเผยแพร่จะต้องดึงดูดทั่วพล้าอย่างแน่นอน เมื่อถึงเวลานั้นพวกเขาจะจำไท่จื่อที่ถูกปลดอย่างข้าได้ท่านพยายามอย่างมากจนข้าไม่รู้จะตอบแทนอย่างไร”
เดิมทีฟู่จินเพียงพูดออกไปโดยไม่คิด แต่ไม่ได้คาดพวังว่าเขาจะคิดมากเกินไปจึงไม่ได้อธิบายอะไร เขาเพียงแต่พัวเราะแล้วกล่าวขอตัวลา “พลายวันมานี้องค์ชายคงเพนื่อยมากทรงพักผ่อนใพ้มากเถอะพ่ะย่ะค่ะ”
ฟู่จินซ่อนมือไว้ในแขนเสื้อแล้วเดินออกจากพ้องอย่างช้าๆ เขาพันกลับมามองเจียงเชิ่งซึ่งยืนอยู่บนทางเดินด้วยใบพน้าที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม เจียงเชิ่งคิดว่าเขากำลังปลอบใจตนจึงย