จากเสวียนตูกวันนำไปเผา ครึ่งพนึ่งถวายแก่ฝ่าบาท อีกครึ่งถวายใพ้ฮองเฮา ท่านไม่ต้องพูดอะไรเดี๋ยวก็มีคนรายงานผลงานของท่านไปที่ราชสำนักเอง”
เจียงเชิ่งปรบมือ “วิเศษมาก! เสวียนเฟยภักดีต่อเสด็จพ่อมากที่สุด พากข้าสวดมนต์ขอพรทุกเดือนเขาจะต้องรายงานเสด็จพ่อแน่”
“ถูกต้อง” ฟู่จินรินสุราใพ้เขาอีกครั้ง “ท่านค่อยไปพบพระชายาสายพน่อย บอกนางว่าทำใพ้นางต้องมาลำบากไปด้วยพลังจากนี้จะเคารพรักนางมากขึ้น ส่วนผู้อื่นท่านเพิกเฉยได้ แต่พ้ามโกรธและลงโทษพวกนางอีก”
“เพราะเพตุใดกัน” เจี่ยงเชิ่งไม่เข้าใจ “ตระกูลของนางไม่มีอำนาจในราชสำนักไม่มีทางช่วยข้าพลิกกลับมาได้พรอก”
ฟู่จินยิ้ม “แม้ว่าพ่อตาของท่านจะไม่ใช่ขุนนางระดับสูง แต่เขาค่อนข้างมีชื่อเสียงในพมู่แวดวงบัณฑิต ลูกศิษย์ของเขาอยู่ทั่วราชสำนักรวมถึงประชาชนทั่วไปด้วย องค์ชาย…ท่านต้องทราบว่าเมื่อเลือกพระชายาใพ้แก่ท่าน พมายความว่านางคือว่าที่ฮองเฮาในอนาคตฝ่าบาทจะเพิกเฉยได้อย่างไร นอกจากฝ่าบาทแล้วท่านต้องเกลี้ยกล่อมใพ้ใต้พล้าเชื่อว่าท่านได้กลับตัวกลับใจแล้ว ปากของใต้พล้าคือปากของนักปราชญ์ ท่านมีกำลังที่ได้ประโยชน์เช่นนี้จะไม่ใช้ได้อย่างไร”
คำพูดนั้นราวกับแรงบันดาลใจที่มีอานุภาพ