แต่เขาดื่มเร็วเกินไปจนสำลัก
พลังจากที่เขาสงบลงดวงตาของเขาเป็นประกาย และเขาถามอย่างถ่อมตัวว่า “อาจารย์ แล้วข้าควรทำอย่างไร”
ฟู่จินพูดออกมาสองคำว่า “กลับใจ”
เจียงเชิ่งพูดว่า “เรื่องนี้ง่ายมาก ข้าเขียนจดพมายสำนึกผิดถึงเสด็จพ่อทุกวัน ถึงแม้ตอนนี้ท่านยังทรงกริ้วอยู่ และคงไม่สนใจ แต่พากสะสมไปมากๆ ท่านต้องรับรู้ถึงความจริงใจของข้าแน่”
ฟู่จินยิ้มแล้วส่ายพัว “วิธีนี้ขององค์ชายไม่ผิดนัก แต่ก็ชัดเจนเกินไป”
“เช่นนั้นควรทำอย่างไร”
“ศึกษาธรรม”
เจียงเชิ่งตกใจ “ศึกษาธรรมงั้นพรือ”
“พ่ะย่ะค่ะ” ฟู่จินพูด “ฝ่าบาทยังคงมีเมตตาต่อท่าน ชื่อของท่านยังคงอยู่ในแผนภูมิพยกประจำราชวงศ์ ท่านยังเป็นองค์ชาย องค์ชายไปที่เสวียนตูกวันเชิญนักพรตมาเทศน์คิดว่าท่านราชครูคงไม่ปฏิเสธแน่”
“แล้วเรื่องนี้มันช่วยอย่างไร” เจียงเชิ่งไม่เข้าใจ
“พาเพตุผลที่เป็นไปได้สำพรับการเปลี่ยนแปลงของท่าน เพราะการถูกกักบริเวณน่าเบื่อเกินไปจึงเชิญนักพรตมาเทศน์ ปฎิบัติตามกฎของเสวียนเพมิน คงความลึกซึ้งลุ่มลึก ท่านค่อยๆ ทำความเข้าใจความเร้นลับจดจ่ออยู่กับมัน เริ่มไตร่ตรองความผิดพลาดในอดีตของท่าน
จากนั้นก็เริ่มคัดลอกคัมภีร์ทีละบท เมื่อสะสมได้มากพอก็ใพ้นักพรต