่อ ท่านต้องมองเห็นเจตนาชั่วร้ายของเขานะพ่ะย่ะค่ะ!”
ซิ่นอ๋องพยายามสลัดให้หลุดเขาตะโกนร้องทุกข์ด้วยใบหน้าเขียวคล้ำ “เสด็จพ่อ! ลูกไม่ได้ยั่วยุให้เขาทำเรื่องเช่นนี้นะพ่ะย่ะค่ะลูกไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นด้วยซ้ำ!”
ฮ่องเต้ไม่ต้องการฟังอีกต่อไปเขาโบกมือสั่งให้ทหารพาองค์ชายทั้งสองออกไป เสียงตะโกนของไท่จื่อ และซิ่นอ๋องค่อยๆ หายไป เหล่าพยานเองก็ถูกพาตัวไปด้วย แต่เมื่อทราบเรื่องอื้อฉาวนี้แล้วคิดว่าคนพวกนั้นคงไม่รอดในคืนนี้
ในท้องพระโรงเหลือเพียงฮ่องเต้ ผู้อาวุโสทั้งเจ็ด ฝูอ๋อง และเจี่ยงเหวินเฟิง
หลังจากเงียบอยู่นานฮ่องเต้ก็ถอนหายใจ “พวกท่านทั้งหลายคิดว่าเรื่องนี้ควรทำอย่างไร”
สายตาของผู้อาวุโสทั้งหลายหันไปทางหลู่เซียง หลู่เซียงเงียบไปครู่หนึ่งจากนั้นก็ลุกขึ้นกล่าวว่า “ทูลฝ่าบาท หลักฐานความผิดนี้เป็นอันสิ้นสุด เชิญฝ่าบาทรับสั่งมาได้เลยพ่ะย่ะค่ะ”
บรรดาผู้อาวุโสที่เหลือพูดตามทันทีว่า “เชิญฝ่าบาทรับสั่งมาได้เลยพ่ะย่ะค่ะ”
คนหนึ่งเป็นไท่จื่อ อีกคนเป็นชินอ๋อง พวกเขาที่เป็นขุนนางจะพูดอะไรได้ ทำได้เพียงให้ฮ่องเต้รับสั่งเท่านั้น
ฮ่องเต้แสดงท่าทีอ่อนล้าเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ที่วันนี้เรียกเสนาบดีทุกท่านและฝูอ๋องมา เป็นเรื่