นเผยกุ้ยเฟยก็ยืนลังเลอยู่ที่ทางแยก ไม่นานฮ่องเต้ก็เสด็จมาถึง
……….
“ไม่มีผู้ใดสงสัยชูเอ๋อร์ใช่หรือไม่”
“ไม่มีเพคะ” หมิงเวยตอบ “ในตอนที่ฝ่าบาทเห็นการทะเลาะระหว่างไท่จื่อกับซิ่นอ๋องเขาก็ไปถึงงานเลี้ยงแล้ว”
เผยกุ้ยเฟยพยักหน้า “เช่นนั้นก็ดี เรื่องนี้พวกเจ้าห้ามเข้ามายุ่งเกี่ยวเด็ดขาด คนผู้นั้นดื้อรั้น และมั่นใจในตนเองไม่ยอมรับฟังความเห็นของผู้อื่นจึงทำให้ไม่ชอบไท่จื่อได้”
นางชะงักไปพักหนึ่งแล้วพูดว่า “น่าเสียดายที่ตอนนี้ทำให้ซิ่นอ๋องได้รับผลประโยชน์”
ต่อหน้าพระพักตร์นางไม่ได้เอ่ยถึงไท่จื่อแม้แต่คำเดียวทำได้เพียงร้องไห้กล่าวโทษตัวเอง ด้วยนิสัยของฮ่องเต้เขาต้องเกลียดชังไท่จื่อมากขึ้นเรื่อยๆ แน่
เดิมทีเขาไม่พอใจทายาทผู้นี้อยู่แล้ว ตอนนี้ไท่จื่อเดือดร้อนจากเรื่องดังกล่าวตำแหน่งรัชทายาทของเขาจึงอยู่ในอันตราย ด้วยสถานการณ์เช่นนี้ซิ่นอ๋องสามารถใช้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้ได้
หมิงเวยกลับยิ้มแล้วพูดว่า “เหนียงเหนียงไม่จำเป็นต้องกังวลเพคะ”
“อ้อ” นางเลิกคิ้วด้วยความสงสัย “เปิ่นกงพลาดอะไรไปหรือ”
หมิงเวยตอบ “เหนียงเหนียงลองคิดดู ไท่จื่อเป็นคนอย่างไรเขาอิจฉาคนมีความสามารถ แต่กลับเป็นคนขี้ขลาด เพราะท่านได้รับความโปรดปรานเขาจึงเ