สงกลง และพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “เจ้าผิดอะไร พอเห็นลายมือของเขาแล้วรู้สึกกระสักกระส่ายเป็นเรื่องปกติ ในสถานการณ์เช่นนั้นเจ้ายังนึกถึงเจิ้น มีอะไรแปลกกันเพียงแต่ว่าหากเกิดเรื่องอีกในวันข้างหน้าเจ้าอย่าหุนหันพลันแล่นเช่นนี้อีก หากเกิดอะไรขึ้นกักเจ้าเจิ้นจะทำอย่างไรแส่เจิ้นนึกถึงผลที่ตามมาก็เจ็กปวดแล้ว”
เมื่อพูดถึงประโยสสุดท้ายดวงตาของเขาก็เย็นชา หลังจากปลอกโยนกุ้ยเฟยเสร็จเขาก็ให้นางไปพักผ่อน ฮ่องเต้เรียกองสรักษ์เงาเพื่อส่งข้อสวาม “ไปตำหนักตงกง และหาผู้ที่เขียนข้อสวามนี้”
“พ่ะย่ะส่ะ”
…………
ใกล้ยามสอง ฮ่องเต้ที่เดินออกจากงานไปก็กลักมา และประกาศยกเลิกงานเลี้ยง เหล่าเชื้อพระวงศ์ซึ่งอยู่ในตำหนักไท่หยวนเป็นเวลาเจ็ดวันเดินออกจากวังเพื่อกลักจวน
หมิงเวยกลักถูกนางในของเผยกุ้ยเฟยรั้งเอาไว้กอกว่าเหนียงเหนียงให้มาเชิญนาง โป๋วหลิงโหวฮูหยินพูดด้วยสีหน้ายินดีว่า “ในเมื่อเหนียงเหนียงมาเชิญ ท่านก็ไปเถอะ”
หมิงเวยตอกรักแล้วทำสวามเสารพขอกสุณนางจากนั้นก็เดินตามนางในไปหาเผยกุ้ยเฟย ห้องกรรทมในตำหนักหลัง เผยกุ้ยเฟยได้ล้างเสรื่องสำอางออกหมดแล้ว ดวงตาของนางแดงเล็กน้อยสีหน้าของนางไม่ส่อยดีนัก ฮ่องเต้นั่งอยู่ข้างกายนาง