งครักษ์มารายงานว่า ไท่จื่อและซิ่นอ๋องอยู่ข้างหน้า
จากนั้นก็เห็นทั้งสองคนทะเลาะวิวาทกันฮ่องเต้จ้องไปที่เผยกุ้ยเฟยเป็นเวลานานและกล่าวว่า “เช่นนั้นมีคนจงใจล่อลวงสนมรักออกมาที่ศาลาว่างเยวี่ยหรือ”
เผยกุ้ยเฟยตอบอ้อมๆ ไปว่า “หม่อมฉันไม่ทราบเพคะ บางทีอาจเป็นเช่นนั้น”
ฮ่องเต้ยื่นมือมารับกระดาษสายตาจ้องมองเผยกุ้ยเฟย “ในวังหลัง การส่งข้อความเป็นการส่วนตัวต้องได้รับการตรวจสอบ สนมรัก เจ้าคงไม่คัดค้านใช่หรือไม่”
เผยกุ้ยเฟยตอบรับอย่างว่าง่าย “เพคะฝ่าบาท”
ฮ่องเต้เริ่มสงสัยสายตาของเขาจ้องกลับไปไท่จื่อและซิ่นอ๋อง
ไท่จื่อเหงื่อผุดเต็มหน้าเขาพูดว่า “เสด็จพ่อ! หากเรื่องนี้ถูกเผยแพร่ออกไป เกรงว่าจะเกิดการวิพากษ์วิจารณ์เพื่อชื่อเสียงของกุ้ยเฟยเหนียงเหนียง ไม่ควรทำให้เป็นที่สนใจจะดีกว่าพ่ะย่ะค่ะ”
ทันทีที่เขาพูดอย่างนั้นออกไปสายตาของฮ่องเต้ก็ตวัดมองมาที่เขาอย่างเชือดเฉือน เขาก็พูดอย่างเย็นชาว่า “อ้อ เรื่องนี้จะกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างไรหรือ”
ไท่จื่อใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดเขาพูดตะกุกตะกัก “เรื่องนี้…มีคนส่งข้อความให้กุ้ยเฟยเหนียงเหนียง หากไปเข้าหูพวกคนสอดรู้สอดเห็นเข้าก็จะกลายเป็นเปิดเผยสู้สาธารณะชนไม่ใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ”
เขาห