ยยิ้ม “ที่แท้พี่ใหญ่ก็อยู่ที่นี่นี่เอง น้องดื่มหนักเกินไปจึงรู้สึกเบื่อเลยออกมาเดินเล่นพี่ใหญ่ก็เหมือนกันหรือ”
เขาตอบสนองอย่างรวดเร็วด้วยการกล่าวเหตุผลขึ้นมาก่อนให้ไท่จื่อตอบกลับยาก
ไท่จื่อเงียบไปครู่หนึ่ง และก่นด่าซิ่นอ๋องในใจเสียจนเละเทะ สีหน้าออกอาการเมามายเล็กน้อยตั้งใจเดินเซแล้วพูดว่า “แล้วอย่างไร เจ้าเองก็รู้ว่าข้าคออ่อน” เขาชะงักไปครู่หนึ่งแล้วยิ้มเยาะ “แล้วน้องรองล่ะ เดินเล่นจริงหรือไม่ใช่ว่าตามข้ามาหรืออย่างไร”
น้ำเสียงของซิ่นอ๋องอ่อนโยนขึ้น “จะเป็นไปได้อย่างไร มันเป็นเรื่องบังเอิญจริงๆ”
“หึๆ ที่เจ้าพูดตอนนี้ข้าไม่กล้าเชื่อจริงๆ” ไท่จื่อเหล่มองเขาแล้วทำสีหน้ามึนเมาพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย “ไม่รู้จริงๆ ว่าเหตุใดพวกเราสองพี่น้องถึงกลายเป็นเช่นนี้ได้ ความสัมพันธ์มากกว่ายี่สิบปีของพวกเราไม่ได้น่าดึงดูดใจเท่าบัลลังก์งั้นหรือ น้องรอง…เจ้าบอกความจริงกับข้ามาเถิดเจ้าไม่เคยมองข้าเป็นพี่ชายจริงๆ เลยใช่หรือไม่”
ซิ่นอ๋องตามเขาไม่ทันไปชั่วขณะหนึ่งจึงไม่รู้ว่าควรตอบอย่างไร “พี่ใหญ่…”
ไท่จื่อเมาจนคว้าแขนเสื้อเขาแล้วร้องไห้ “เจ้ายังเรียกข้าว่าพี่ใหญ่! น้องรอง ข้าเจ็บปวดมาก! ยี่สิบปีที่ผ่านมาพวกเราเรียนหนังสือ