พวกนางด้วย นางจึงทำได้เพียงยิ้มให้ปล่อยให้พวกนางมองดูตนพูดจาชื่นชมหรือพูดเหน็บแนมอะไรก็แล้วแต่ พวกเขาพูดตามใจชอบนางไม่เจ็บอะไรอยู่แล้ว
ไท่จื่อรู้สึกกระสับกระส่ายระหว่างงานเลี้ยงเขาได้หาข้ออ้างที่จะออกจากงานไป
“เตรียมพร้อมแล้วหรือยัง” เขาถามองครักษ์
องครักษ์ต้องการเกลี้ยกล่อมเขาเป็นครั้งสุดท้าย “ไท่จื่อ ท่านรอไปก่อนดีหรือไม่ รอให้งานเลี้ยงขอบคุณจบลงแล้วพวกเรากลับตำหนักตงกงแล้วถามอาจารย์ฟู่…”
“รอไม่ได้แล้ว!” ไท่จื่อขัดขึ้นอย่างหงุดหงิด “เจ้าคิดว่าตอนนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วพวกเรารออีกวันได้งั้นหรือ ข้านอนไม่หลับมาสองวันแล้ว! ยิ่งนางไม่ลงมือทำอะไรยิ่งน่ากลัวเพราะนางรู้ว่าพิธีกรรมนี้สำคัญต่อเสด็จพ่อมากจึงไม่อยากขัดความสุขของเสด็จพ่อ ยี่สิบปีแล้วที่นางเป็นที่โปรดปราน นางเป็นผู้ที่เข้าใจความคิดของเสด็จพ่อมากที่สุด! นางกำลังรอโอกาสที่จะโจมตีในทีเดียว! นางคงคิดว่าข้าเองก็คิดเช่นนั้นเพราะฉะนั้นเมื่องานเลี้ยงจบลงนางจะต้องลงมือแน่ เมื่อถึงตอนนั้นต่อให้พวกเราไปหาอาจารย์ฟู่ก็ไม่ทันเสียแล้ว…”
“ไท่จื่อ!” องครักษ์อยากจะพูดว่านี่เป็นเพียงการคาดเดาของเขาเพียงฝ่ายเดียว แต่ไท่จื่อเป็นเช่นนี้เห็นได้ชัดว่าไม่ฟังเขา