ู้ใดเพราะคิดว่าไม่แน่อาจมีสักวันที่ต้องใช้มัน”
อันอ๋องหัวเราะเยาะตนเอง “ข้าพูดเช่นนั้นไป แต่ก็รู้ว่าไม่จำเป็นต้องใช้หรอก”
หยางชูมองเขาด้วยความรู้สึกซับซ้อน ไม่…ท่านได้ใช้มันแล้ว ในประวัติศาสตร์ที่หมิงเวยรู้ อันอ๋องได้สังหารไท่จื่อ และคิดจะสังหารน้องชายที่เหลืออยู่ จากนั้นอันอ๋องก็อาศัยช่วงชุลมุนหนีออกจากเมืองหลวง
เดิมทีหยางชูรู้สึกประหลาดใจด้วยเส้นสายของอันอ๋องเขาจะหลบหนีได้อย่างไร เกรงว่าเรื่องนี้ต้องมีเรื่องราวภายใน
เขาถาม “แล้วเหตุใดท่านถึงบอกข้า”
ซึ่งอันอ๋องก็คิดได้ในภายหลัง “จริงด้วย ตอนเด็กเจ้ารังแกข้าไปไม่น้อยตามเหตุผลแล้วข้าควรเกลียดเจ้าถึงจะถูก แต่พอเห็นเจ้าเป็นเช่นนี้ข้าก็รู้สึกสงสาร บางทีอาจเป็นเพราะข้าใจดีเกินไป!”
“หึๆ!” หยางชูแค่นหัวเราะกับคำพูดยกหางตนเองของอีกฝ่าย
พอคิดดูอีกทีอันอ๋องน่าจะเป็นผู้ที่เข้าอกเข้าใจคนอื่น เขาไร้มารดาตั้งแต่เด็ก เป็นคนที่บิดาไม่สนมารดาไม่รัก และเขาสัมผัสได้ว่าบิดามีความเป็นศัตรูกับหลานชายคนนี้เล็กน้อย สถานการณ์ของทั้งสองค่อนข้างคล้ายกัน
เมื่อนึกถึงประวัติศาสตร์ที่หมิงเวยเล่าหยางชูตัดสินใจว่าแค่ทำให้เขาไม่ขึ้นเป็นฮ่องเต้ก็พอแล้วขอเพียงไร้อำนาจเขา