๋ยวนี้”
หลังจากกินยาเป็นเวลาหลายวันฮ่องเต้ก็รู้สึกขมในปากและขมวดคิ้ว “เจิ้นดีขึ้นแล้วไม่ใช่หรือ เหตุใดยังต้องทานอีก”
ว่านต้าเป่าตอบว่า “ย่วนพ่าน[1]ได้เปลี่ยนใบสั่งยาสำหรับบำรุงร่างกายพ่ะย่ะค่ะ”
ไท่จื่อพูดต่อว่า “ลูกเองก็คิดว่าการดื่มยาเป็นเรื่องน่าเบื่อ ไร้รสชาติ ไม่กี่วันก่อนให้ไท่จื่อเฟยจัดหาของว่างที่ทานง่ายเรียกน้ำย่อย อีกประเดี๋ยวจะให้ห้องเครื่องทำมาให้เสด็จพ่อลองชิมพ่ะย่ะค่ะ”
ท่าทีเอาจริงเอาจังทำให้ฮ่องเต้อารมณ์ดีเขาจึงตอบด้วยรอยยิ้ม “เจ้าเอาใจใส่ดี เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ให้ว่านต้าเป่าจัดการได้”
ไท่จื่อดีใจมาก “เช่นนั้นลูกจะมอบสูตรให้ว่านกงกงพ่ะย่ะค่ะ”
จากนั้นเขาก็ดึงว่านต้าเป่าเพื่อบอกเรื่องข้อควรระวังอย่างระมัดระวัง สีหน้าของซิ่นอ๋องค่อยๆ มืดครึ้ม
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกตั้งแต่อาจารย์ฟู่เข้าตำหนักตงกงเมื่อสามปีก่อน พี่ใหญ่ของเขากลายเป็นคนฉลาดขึ้นมาทันใด นานๆ ครั้งเขาจะเป็นเช่นนี้ซึ่งทำให้เรื่องที่เขาพยายามอย่างหนักเป็นเวลานานสูญหายไปทันที โชคดีที่เขาเกิดมาอย่างโง่เขลา ไม่ว่าเขาจะสอนเขาอย่างไร ตราบใดที่อยู่ห่างจากอาจารย์ฟู่หากลองไปหลายๆ ครั้งก็ติดหลุมพรางแล้ว
ซิ่นอ๋องคิดย้อนกลับไปและยิ้มอีกครั้งหลังจาก