คารวะและตอบกลับว่า “ไม่ลำบากเลยเพคะ แค่นั่งสมาธิไม่ต้องคุกเข่าตลอดเวลาเพคะ”
เผยกุ้ยเฟยพยักหน้าด้วยรอยยิ้มและพูดว่า “พวกบุรุษเขาทานอาหารกันเอง เจ้าทานกับข้าได้นะ”
หมิงเวยไม่ปฏิเสธ ทั้งสองรับประทานอาหารเย็นภายใต้การปรนนิบัติของนางใน หลังทานอาหารเสร็จเผยกุ้ยเฟยไม่ได้บอกให้นางกลับไป
หลังจากเก็บโต๊ะพวกนางก็จิบชาไปพูดคุยไป หมิงเวยรู้ดีว่าในวันแรกที่พบกันไม่ควรพูดเรื่องสำคัญจึงต้องคุยเรื่องทั่วไปแทน
ตัวอย่างเช่น เผยกุ้ยเฟยสนใจสงครามที่ซีเป่ยมากนางจึงเล่าอย่างละเอียดว่าพวกเขาถูกล้อมเมืองที่เนินกรวดจากนั้น…
กว่าจะรู้ตัวฟ้าก็มืดแล้ว เผยกุ้ยเฟยหยุดพูด และให้นางในพานางและตัวฝูไปพักผ่อน นางนอนหลับสบายตลอดทั้งคืน
วันรุ่งขึ้นก่อนรุ่งสางพิธีกรรมก็เริ่มขึ้น หมิงเวยอยู่ในสภาพครึ่งหลับครึ่งตื่นอยู่ทั้งวัน เมื่อถึงเวลาอาหารเย็นเผยกุ้ยเฟยก็ให้คนมารับนาง และพูดคุยกันเรื่องทั่วไป
สามวันผ่านไป และในวันที่สี่หมิงเวยสังเกตเห็นว่าการเฝ้าระวังเผยกุ้ยเฟยผ่อนคลายลงดังนั้นนางจึงแสร้งทำเป็นพูดถึงภาพวาด แน่นอนว่าเผยกุ้ยเฟยเห็นด้วยจึงให้นางในหยิบภาพวาดมาสองสามภาพ และพาหมิงเวยขึ้นไปบนห้องใต้หลังคาเพื่อชมทิวทัศน์
นี่คือห้องใต้หล