หลู่เซียงเข้าวังแล้วกลับออกมาบอกว่าฮ่องเต้ต้องการจัดงานพิธีให้เตรียมตัวกันเถอะ ผู้อาวุโสท่านอื่นตกตะลึง พวกเขายังคิดว่าหลู่เฉียนเข้ามาในวังทันทีที่ได้ยินข่าว เพราะเขารู้เหตุผลแล้วรีบไปโน้มน้าวให้ฮ่องเต้ถอดถอนคำสั่ง
ตอนนี้มันอะไรกันไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่สามารถนำเงินออกมาได้ แต่ไม่สามารถปล่อยให้ฮ่องเต้ดำเนินการโดยพลการอย่างเคยชินได้ แม้ว่าท้ายที่สุดจะอนุญาต แต่ก็คงลำบากใจมากขึ้นทำให้ครั้งหน้าที่เขาเอาแต่ใจอีกต้องคิดให้มากขึ้น
เหล่าผู้อาวุโสกลุ่มหนึ่งล้อมรอบกายหลู่เฉียนเพื่อพูดคุยกัน แม้ผู้อาวุโสหลู่เซียงจะมีคุณธรรมและบารมีสูงส่งเพียงใด แต่เขาไม่ใช่ผู้เดียวในราชสำนักที่ตัดสินใจแล้วถือเป็นอันจบ
ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะพูด ในท้ายที่สุดหลู่เฉียนก็ตะโกนเรียกหลานชายที่มารับใช้ให้มาห้ามพวกเขา เขาคำนับรอบทิศ “ผู้อาวุโสทั้งหลายท่านปู่ของข้าอายุมากแล้ว โปรดพูดช้าลงหน่อยเถิดขอรับ”
หลู่เฉียนปาดเหงื่อที่ไหลเนื่องจากร้อนจัด และสั่งหลานชายของเขาว่า “เจ้าออกไปชงชามาหน่อย”
หลานชายรับคำและเดินออกไปลู่เฉียนสะบัดพัดและพูดว่า “นั่งลงแล้วค่อยๆ พูดเถิด หากไม่รู้จักคงคิดว่าพวกท่านมาทวงหนี้” พอเขาพูดเช่นนั้นผู้อาวุโสทั้งหลายจึ