งเขินอายเล็กน้อย แต่ก็ยอมนั่งลงแต่โดยดี
หลู่เฉียนจิบชาและพูดว่า “สถานการณ์ของฝ่าบาทไม่ค่อยดีนัก”
ทุกคนตะลึงครู่หนึ่งซื่อเซียงจางถานถามว่า “ไม่ค่อยดีนักหมายความว่าอย่างไร อาการปวดพระเศียรของฝ่าบาทเป็นโรคเก่า ทางหมอหลวงเองก็บอกว่าบำรุงอีกสักหน่อยเดี๋ยวก็ดีขึ้นไม่ใช่หรือ”
หลู่เฉียนส่ายหน้า “ข้าหมายถึงสภาพปัจจุบันของฝ่าบาท เรื่องอาการก็เป็นเช่นนั้น แต่สติของฝ่าบาทแย่ลงเรื่อยๆ เมื่อวานข้าเข้าวัง ฝ่าบาทดึงมือข้าและพูดเรื่องฮ่องเต้องค์ก่อนอยู่นาน ข้าคิดว่าฝ่าบาทมีอาการเจ็บป่วยทางจิตใจ”
ผู้อาวุโสอีกคนพูดด้วยความประหลาดใจ “มีอาการเจ็บป่วยทางจิตใจได้อย่างไร ตั้งแต่ฝ่าบาทเสด็จขึ้นครองราชย์ ฝ่าบาททรงมีวินัยมีความพากเพียร หากพบอดีตฮ่องเต้ก็ไม่มีอะไรต้องรู้สึกผิดตอนนี้เอาชนะเป่ยหูได้ซึ่งเป็นสิ่งที่อดีตฮ่องเต้ทำไม่สำเร็จ” คนอื่นๆ เองก็เห็นด้วย
หลู่เซียงส่ายหน้า “อย่าลืมสิว่าฝ่าบาทเสด็จขึ้นครองบัลลังก์ภายใต้สถานการณ์ใด เรื่องนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้นึกถึงเรื่องเก่าในระหว่างที่ประชวรมีเรื่องให้คิดมากมาย หากไม่ปล่อยวางออกไปเกรงว่าจะส่งผลต่อการฟื้นตัว”
คำว่าเรื่องเก่าทำให้ทุกคนคิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฮ่องเต้รู้สึกผิดจึง