นะ…
กัวสวี่จิบชา แต่แล้วก็ต้องบ้วนทิ้งจากนั้นพูดอย่างโกรธเคือง “เจ้าเด็กบ้า คิดจะฆ่าข้าหรืออย่างไร!”
หลานชายตกตะลึงเขาชงชาเช่นนี้มาตลอดผู้ใดจะไปรู้ว่าท่านอาหกจะไม่ดูเลย กัวสวี่ผ่อนลมหายใจทันใดนั้นก็คิดอะไรบางอย่างได้จึงกวักมือเรียกให้เขาเข้ามา
หลานชายขยับเข้าไปอย่างกลัวๆ “ท่านอาหก ท่านตีเบาหน่อย…”
“ผู้ใดจะตีเจ้ากัน” กัวสวี่ตบหน้าผากเขา และโน้มกายกระซิบที่ข้างหู “เลิกงานแล้วเจ้าอย่าเพิ่งกลับ ไปหาวิธีเชิญองครักษ์ข้างกายเยวี่ยอ๋องมาดื่มสุรา เหตุผลเจ้าคิดเองตอบแทนเรื่องช่วยชีวิตอะไรก็ได้…”
…………
ในที่สุดเรื่องงานพิธีก็ถูกกำหนด สถานที่จัดงานคือศาลเจ้า เวลาค่อนข้างนาน ใช้เวลาถึงเจ็ดวัน
หมิงเวยตกตะลึงครู่หนึ่งหลังจากได้รับข่าว “เหตุใดข้าต้องไปด้วย”
เสี่ยวถงที่มาส่งข้อความกล่าวว่า “เพราะท่านเป็นว่าที่หวางเฟยในอนาคต! นี่เป็นเรื่องในครอบครัวสมาชิกหญิงในราชวงศ์ต้องไปอธิษฐานขอพรเจ้าค่ะ”
“แต่พวกเรายังไม่ทันแต่งงาน มันจะดูเหมาะสมหรือ”
ยังไม่แต่งงานก็ยังไม่มีสถานะหากออกไปตอนนี้คนอื่นก็ยังเรียกคุณหนูหมิงชี
เสี่ยวถงมองซ้ายมองขวาแล้วโน้มตัวกระซิบ “ท่านอ๋องสั่งเป็นพิเศษตอนนี้เขาเข้าพบกุ้ยเฟยยากมาก…”
“อ้อ” หมิงเวย