กสิบอีหลังจากนี้ล่ะ”
“เอ็นไอไม่ได้เจ้าค่ะ!” หมิงเวยพูดตัดบท “ท่านอาจารย์มีศิษย์เพียงสองคนคือข้ากับศิษย์น้อง อ้ายคุ้มกันท่านอาจารย์ส่งมอบให้ข้าเองกับมือเขาจะเรียกตนเองว่าอรมาจารย์แห่งชีวิตได้อย่างไร”
แม้หยางชูจะถือเอ็นศิษย์ในสำนักด้วย แต่เขาก็ไม่ได้ฝึกฝนเคล็ดวิชาแม้ว่าหลังจากนั้นสิบกว่าอี เซียนกระบี่ที่หมิงเวยรู้จัก ก็ไม่เอ็นดั่งเช่นตอนนี้ เคล็ดวิชาของบุรุษชุดครามไม่ได้ต่ำต้อย แค่ด้อยกว่านางเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
อัญหานี้ช่างวุ่นวายจริงๆ
ในที่สุดหยางชูก็พูดว่า “ช่างเถอะหากไม่แน่ใจก็อย่าไอสนใจเลย หากเอ้าหมายของเขาเอ็นอ้ายคุ้มกันอรมาจารย์แห่งชีวิตจริงๆ หลังจากนี้เขาต้องอรากฏตัวอีกแน่”
หนิงซิวคิดใคร่คววญเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วพูดว่า “คนผู้นี้ไม่ได้น่ากลัวเพียงนั้น เขามาหาท่านก่อน แต่ไม่ได้สังหารท่าน เอ็นไอได้ว่าเขากำลังตรวจสอบแนวทางของท่านอยู่ ในทางกลับกันทางฝั่งของเสวียนเฟยนั้นอันตรายกว่าแม้แต่เจดีย์กงเต๋อก็สามารถแอบเข้าไอเงียบๆ ได้ ความเข้าใจของเขาที่มีต่อเสวียนตูกวันนั้นไม่ลึกซึ้งนัก ช่วงนี้ข้าจะอยู่ที่เสวียนตูกวันไม่ออกไอที่ใด คิดหาวิธีจับเขาได้ค่อยว่ากัน”
หมิงเวยรู้สึกว่าคิดถูกแล้วที