บนใบหน้า “ไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่”
หมิงเวยพยักหน้าให้เขา “ท่านฉลาดกว่าที่ข้าคิดไว้อีก”
โหวเหลียงถูมืออย่างดีใจเขารู้สึกภูมิใจเล็กน้อย “ข้าไม่เป็นวรยุทธ์ แต่เข้าใจค่ายกลเพียงเล็กน้อย เมื่อครู่ที่จอดรถรู้สึกว่าบรรยากาศโดยรอบผิดปกติพอข้าหาแม่นางทั้งสองไม่พบจึงตัดสินใจไปพบเยวี่ยอ๋อง”
เสียงดังออกมาจากในรถอย่างหมดความอดทน “จะยืนบนถนนอีกนานหรือไม่ รีบเข้ามาเร็ว!”
ทันใดนั้นก็มีมือยื่นออกมาจากข้างใน หมิงเวยหัวเราะนางจับมือนั้นแล้วขึ้นรถไป ตัวฝูนั่งข้างหน้าถัดจากโหวเหลียงอย่างรู้ความ รถม้าเริ่มขยับ และขับออกไปอย่างช้าๆ
ทันทีที่หมิงเวยขึ้นรถยังไม่ทันเห็นใบหน้าหยางชูอย่างชัดเจนก็ถูกเขาคว้าเอวไว้ “บุญคุณช่วยชีวิตต้องตอบแทนด้วยร่างกายหรือไม่” ลมหายใจของเขารดข้างหู
มีหรือหมิงเวยจะกลัวนางวางนิ้วบนข้อมือ และค่อยๆ ไล้เข้าไปในแขนเสื้อ
“เยวี่ยอ๋องต้องการตอบแทนเช่นนี้หรือเจ้าคะ”
จุดที่ถูกนางลูบไล้ขนลุกชันขึ้นมาทันทีหยางชูสั่นสะท้านจับมือนางกลับแล้วตะโกนออกไป “ไปจวนอ๋อง!”
“ขอรับ” เสียงของโหวเหลียงดังขึ้นแล้วรถม้าก็เปลี่ยนทิศทางขับไปอีกทางหนึ่ง
ตัวฝูชี้ทางให้เขา “ท่านโหว เข้ามาใกล้ทางนี้”
สัมผัสแข็งทื่อจา