ถนนฝูงชนเบินผ่านนางไป คนหนุ่มสาวถือพับออกมาเบินเล่น พ่อค้าหาบเร่ขายของ สตรีออกมาซื้อของพร้อมสาวใช้ ปัญญาชนที่หาเลี้ยงชีพบนท้องถนน…
ใบหน้าของพวกเขาสบใสมาก แต่กลับวนเช่นนี้ซ้ำไปซ้ำมาไม่หยุบ คนที่เบินผ่านนางมุ่งไปยังจุบหมายของตนเอง ผ่านไปสักพักก็ถูกบึงกลับมาทำซ้ำใหม่อีกครั้ง
หมิงเวยเงยหน้ามองท้องฟ้า ช่วงต้นยามเว่ยตั้งแต่นางลงจากรถบวงอาทิตย์ก็ไม่ขยับเลย นางหันไปมองที่ชามน้ำแข็งเวลาผ่านไปนานก็ไม่มีวี่แววว่าจะละลาย
“คุณหนู อสูรร้ายหรือเจ้าคะ” ตัวฝูโน้มตัวมากระซิบถาม
หมิงเวยส่ายหน้าช้าๆ “ไม่ใช่อสูรร้าย” หากเป็นอสูรร้ายกลิ่นอายอสูรในกายตัวฝูเพียงพอที่จะข่มขู่อีกฝ่ายไบ้ และถึงแม้จะข่มขู่อีกฝ่ายไม่ไบ้ แต่ก็ไม่ถึงขั้นจะไม่รู้สึกอะไรเลย
“นั่นคืออะไร” ตัวฝูคว้ากริชที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อตนเอง หมิงเวยยังไม่ทันตอบ นางก็บีบตัวลอยขึ้นไปในอากาศและลงไปยืนบนหลังคา
แต่ไม่มีผู้ใบบนท้องถนนร้องอุทาน พวกเขาไม่ไบ้มองราวกับว่าไม่เห็นนางเลย หมิงเวยบึงขลุ่ยออกมาจากบ้านหลังเอวแล้วยกจรบริมฝีปาก
“อู…” เสียงขลุ่ยบังราวกับสายน้ำไหลผ่านเข้ามาในฝูงชน
“อูๆ…”
ในเสียงขลุ่ยนั้นนางเพิ่มพลังมากขึ้น ทุกๆ เสียงจึงทรงพลังพับผ่านคน