งงานจะดำเนินไปตามที่สัญญาไว้
“ข้าขอพบหน้าหลานชายได้หรือไม่” หมิงเวยถาม
“แน่นอน” ฮูหยินสี่หัวเราะแล้วให้สะใภ้หลิ่วไปอุ้มบุตรชายมา หมิงเวยเห็นเด็กท่าทางกำยำน่าเอ็นดูก็เกิดความรู้สึกแปลกๆ แล้วเขาก็ลืมตากลมโตมองหมิงเวยอย่างแปลกใจ
“เขาดู…ไม่เหมือนพี่สี่เท่าไร!”
ฮูหยินสี่หัวเราะ “เหมือนแม่ของเขา! ดูจมูกสิ ดวงตาก็ด้วย” จากนั้นก็พูดกับหลานชาย “เจิงเอ๋อร์ เรียกท่านอาสิ”
เด็กคนนั้นได้ยินนางพูดว่าท่านอาก็หันไปมองหมิงเซียงซึ่งทำให้ทุกคนหัวเราะ
ฮูหยินสี่พูดกับนางว่า “ฟังรู้เรื่องนิดหน่อย แต่ยังพูดไม่ค่อยได้ เขายังเล็กไป”
เพิ่งอายุได้หนึ่งขวบฟังรู้เรื่องถือว่าฉลาดแล้ว หมิงเวยหยิบเครื่องรางออกมาแล้วแขวนไว้บนตัวเขา
“สิ่งนี้ข้าขอมาจากเสวียนตูกวัน ท่านราชครูทำเองกับมือมันจะปกป้องให้เขาเติบโตได้เป็นอย่างดีอย่างแน่นอน”
สะใภ้หลิ่วดีใจมากสำหรับผู้เป็นมารดาไม่มีของขวัญใดที่ถูกใจมากไปกว่านี้แล้ว
หมิงเวยนั่งต่ออีกสักครู่ก็ขอตัวกลับระหว่างเดินทางกลับ ตัวฝูสังเกตสีหน้าอีกฝ่ายแล้วพูดว่า “คุณหนูเหตุใดถึงดูไม่ดีใจเลยเจ้าคะ”
หมิงเวยส่ายหน้า “ไม่ใช่ไม่ดีใจเพียงแต่…พอได้พบญาติที่ไม่ได้เจอกันมานานเลยรู้สึกคิดถึงอย่างน