ดงานเสี่ยงทายจับสิ่งของในโอกาสที่บุตรอายุครบปีจึงเดินทางมาชม”
ฮูหยินสี่ยิ้ม “ดีใจที่เจ้ามา เฉิงเอ๋อร์กำลังคิดถึงเจ้าพอดีเลย”
หมิงเวยค่อยๆ สำรวจบ้าน เห็นได้ชัดว่าครอบครัวนี้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี แน่นอนว่าเทียบไม่ได้กับเมื่อก่อน แต่หากเทียบในฐานะปุถุชนแล้วก็ถือว่ามั่นคงแข็งแกรง
ฮูหยินสี่พูดกับนางว่า “ตอนแรกพี่สี่ของเจ้าเป็นแรงงานไร้ฝีมือในร้านค้า ต่อมาเจ้าของร้านเห็นว่าเขาเป็นคนขยัน และรู้หนังสือจึงเลื่อนขั้นให้เขาทำบัญชี ทำไปสองสามปีพวกเราออมเงินได้ก้อนหนึ่งก็มาเปิดร้านเป็นของตนเอง ขายพู่กันกับน้ำหมึก…”
“เฉิงเอ๋อร์ส่งเสียวจิ่วไปเรียนวรยุทธ์รอให้เขาโตอีกสักหน่อยค่อยเข้าร่วมกองทัพ” ฮูหยินสี่ถอนหายใจ “พวกเขาสองคนตัดเส้นทางการสอบขุนนาง เสียวจิ่วไม่ได้เป็นเด็กสงบเสงี่ยมเท่าไรนักจึงไม่มีทางเลือก”
“พี่สะใภ้สี่ของเจ้าแต่งเข้ามาเมื่อปีก่อน พวกเขาหมั้นหมายมาหลายปีแล้ว เดิมทีตระกูลของเราเป็นเช่นนั้นไม่ได้คาดหวังว่าตระกูลหลิ่วจะยอมรับสัญญาหมั้นหมายนี้ แต่ไม่คาดคิดว่าพวกเขาจะไม่รังเกียจ”
แน่นอนว่าหมิงเวยทราบดีเมื่อตอนที่ครอบครัวพี่สี่ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำ นางก็ส่งคนไปยังตระกูลหลิ่วเพื่อให้แน่ใจว่าการแต่