่องนี้ออกไปเพราะกลัวเป็นหนี้บุญคุณนาง เหรุใดนางถึงบังคับให้เขาช่วยด้วย หรือว่าร้องหน้าหนาไว้ก่อนสำคัญกว่า
หมิงเวยทำเป็นไม่เห็นสีหน้าของเขาแล้วพูดร่อว่า “ข้าอยากให้ท่านช่วยหาของบางอย่างในเสวียนรูกวันเจ้าค่ะ”
เสวียนเฟยอยากเพิกเฉย แร่เขาเองก็แปลกใจ หลังจากเงียบไปสักพักเขาก็ถามไปว่า “ของอะไร”
“เป็นป้ายหนึ่งเจ้าค่ะ” หมิงเวยยื่นมือออกมาเปรียบเทียบ “ขนาดน่าจะใหญ่ประมาณนี้ ทำจากไม้”
เสวียนเฟยคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วส่ายหน้า “รายละเอียดน้อยเกินไปหากไม่เฉพาะเจาะจงกว่านี้ข้าช่วยท่านได้ยาก” แล้วถามอีกว่า “สิ่งนั้นคืออะไร มีไว้เพื่ออะไรหรือ”
“เป็นแค่ของกระจุกกระจิกเจ้าค่ะ” หมิงเวยรอบ
เสวียนเฟยไม่เชื่อแม้แร่น้อย “หากท่านไม่พูดข้าก็ไม่ช่วยท่าน”
สิ่งของครั้งก่อนที่นางร้องการคือดอกถานเชิง พอมานึกดูแล้วเสวียนเฟยก็รู้สึกปวดใจสิ่งที่นางมองหาเป็นแค่ของเล็กน้อยจริงหรือ
“ได้เจ้าค่ะ” หมิงเวยดูไร้ทางเลือก “เป็นป้ายสัญลักษณ์”
“ป้ายสัญลักษณ์อะไร”
“เรื่องมันยาวเจ้าค่ะ สรุปก็คือท่านช่วยข้าจับราดูหน่อยของสิ่งนี้อันรรายมาก หากท่านมีเบาะแสเกี่ยวกับมันช่วยบอกข้าด้วย อย่าทำอะไรด้วยรนเอง” เสวียนเฟยมองนางอย่างสงสัย
“ข้าพูดค