เมื่อว่านกงกงเห็นเฉิงเอินโหวและภรรยาก็ยังคงยิ้มให้เหมือนเมื่อก่อน “ไอหยา ท่านโหวไม่ต้องมากพิธี ข้าน้อยมิสมควรๆ ลุกขึ้นเถิด ข้าน้อยแค่เป็นตัวแทนฝ่าบาทมาส่งข้อความถึงพวกท่านเท่านั้นไม่ใช่พระราชโองการ ไม่ต้องเคร่งครัดเพียงนั้น…”
เฉิงเอินโหวและภรรยาได้ยินเช่นนั้นก็ยิ่งหวาดกลัวมากขึ้นไปอีกพวกเขาจึงเชิญว่านต้าเป่าเข้ามาแล้วมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้
ว่านต้าเป่าดื่มชาแล้วรับของขวัญจากนั้นก็พูดท่ามกลางสายตาคาดหวังของพวกเขา “เรื่องในวันนี้ฝ่าบาทตรัสว่าคุณหนูสามยังเด็กอยู่จึงไม่รู้ความ พระองค์ไม่ถือสา เพียงแต่บุตรกระทำความผิดเป็นเพราะความประมาทเลินเล่อของบิดามารดา จึงริบเงินเดือนเฉิงเอินโหวหนึ่งปีพวกท่านสองคนจะได้คิดเรื่องครอบครัวให้มากขึ้น”
เฉิงเอินโหวถอนหายใจด้วยความโล่งอกโชคดีที่แค่ริบเงินเดือนหนึ่งปี เป็นการลงโทษสถานเบา
เฉิงเอินโหวฮูหยินที่เป็นห่วงบุตรสาวจึงถามว่า “ว่านกงกง แล้วอาอิ๋งของพวกเรา…”
ว่านกงกงยิ้ม “ฝ่าบาทตรัสว่าในเมื่อเฉิงเอินโหวและฮูหยินสั่งสอนคุณหนูสามได้ไม่ดีจึงให้ไท่จื่อผู้เป็นพี่ชายเป็นคนสั่งสอนแทน ตั้งแต่วันนี้คุณหนูสามจะถูกส่งไปตำหนักตงกง วานฮูหยินช่วยเก็บของให้หน่อยคุณหนูสามจะได้ไม่ขาด