“ใช่ๆๆ!” ในที่สุดหยางชูก็มีโอกาสพูด “ถูกคนใส่ร้ายจำเป็นต้องไขความจริงให้กระจ่าง ฝ่าบาท!”
ฮ่องเต้พูดเสียงเรียบ “ในเมื่อคุณหนูเหวินไม่มีหลักฐานก็ได้ไขข้อข้องใจเรื่องที่นางไม่ได้รับความเป็นธรรมแล้วไม่จำเป็นต้องให้เป็นเรื่องใหญ่ ท่านราชครู! ”
“ฝ่าบาทเพคะ!” ยังไม่ทันได้เปลี่ยนเรื่องหมิงเวยก็ร้องขึ้นมาก่อนแววตาของนางฉายแววมุ่งมั่นและดื้อรั้น “หม่อมฉันรู้ดีว่าตนเองมีสถานะที่ต่ำต้อย หากต้องเข้าเป็นส่วนหนึ่งในราชวงศ์จำเป็นต้องตรวจสอบให้ถี่ถ้วนกว่าผู้อื่น หากไม่สนใจใยดี ไม่เพียงแต่หม่อมฉันที่ได้รับความไม่เป็นธรรม แต่เยวี่ยอ๋องไปจนถึงสมาชิกในราชวงศ์ทุกท่านจะกลายเป็นเป้าหมายให้ผู้อื่นเขานินทา ฝ่าบาทเพคะ!”
สตรีที่ดีควรเห็นอกเห็นใจและให้อภัยผู้อื่นเลิกแล้วต่อกันไป แต่ท่าทีของหมิงเวยในตอนนี้ในสายตาของฮ่องเต้ดูดื้อรั้นเกินไปหน่อย
ท่าทีดังกล่าวอาจทำให้ถูกคิดว่าดูสถานการณ์ไม่ออก ยังไม่ออกเรือน แต่ก็วิ่งตามบุรุษไปเสียแล้วไม่สามารถคาดหวังให้นางเป็นสตรีที่มีคุณธรรมได้จริงๆ
ฮ่องเต้ทรงเบื่อหน่าย แต่ก็แอบสนุกเล็กน้อย เขาเลิกคิ้วแล้วถามว่า “แล้วเจ้าต้องการอะไร”
คนอื่นเคยได้ยินถึงความใจร้อนของฮ่องเต้ในบรรดาเหล่าคุณหนูมีคนผลัก