น้ำเสียงของหยางชูมีความโกรธแฝงอยู่ “ไท่จื่อ!”
ไท่จื่อดูไม่ทุกข์ร้อน “นอกจากนี้เจ้าแน่ใจเพียงนั้นเลยหรือว่าป้ายที่น้องหญิงเลือกเป็นป้ายหงส์ แน่ใจหรือว่าหวางเฟยคือนาง”
เมื่อถูกเขาเตือนสติทุกคนก็นึกขึ้นได้ว่าคำพูดของหยางชูมีบางอย่างผิดปกติ!
เขาพูดว่าเป็นไปได้หรือที่หวางเฟยของเปิ่นหวางแม้แต่ลำดับการของการมีมารยาทก็ยังไม่เข้าใจ หมายความว่าเหวินอิ๋งที่เลือกป้ายนั้นอาจเป็นผู้ถูกเลือก
ดังนั้น…แววตาของอันอ๋องมีความสงสัยเขาถามเสียงเบา “เจ้าเป็นคนจัดการหรือ”
หยางชูตะโกนขึ้นราวกับเขาถูกปรักปรำ “ไม่ใช่! ท่านอย่าพูดไร้สาระ!”
แต่ยิ่งเขาเป็นเช่นนี้ผู้อื่นยิ่งไม่เชื่อ ทางด้านเสวียนเฟยสีหน้าเปลี่ยนเขาหันไปประสานมือทางฉากกั้น
“ฝ่าบาท…”
“ท่านราชครูไม่ต้องพูดอะไรแล้ว” ฮ่องเต้พูดตัดบทแล้วหันไปทางไท่จื่อกับหยางชู “พวกเจ้าสองคนหยุดทะเลาะกันเปิดป้ายก่อนแล้วค่อยว่ากันทีหลัง”
“ฝ่าบาท!” หยางชูขึ้นเสียง
“ทำไมหรือ” น้ำเสียงของฮ่องเต้หนักขึ้น “หรือที่คุณหนูสามตระกูลเหวินกล่าวมามีปัญหาหรือ”
หยางชูตอบด้วยความรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม “ไม่…”
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่งเสียงหัวเราะของกุ้ยเฟยก็ดังขึ้น “ฝ่าบาทจริงจังเกินไปแล้ว เด็กคนนี