้ตกใจกลัวไปหมดแล้ว ทุกสายตาจับจ้องอยู่เขาจะทำอะไรได้เพคะ เป็นเพราะพวกเขาเชื่อในโชคลาภมากเกินไป”
ฮ่องเต้ปรับน้ำเสียงของเขาให้อ่อนลง “เลือกหนึ่งจากร้อย โอกาสมีเท่ากัน หากคิดว่าป้ายในมือไม่ดีก็แค่เปลี่ยนเป็นอันอื่นก็พอ”
ฮ่องเต้กล่าวเช่นนั้นพวกเขาจะทำอะไรได้อีกหยางชูถึงไม่เต็มใจก็ทำได้เพียงตอบรับ “พ่ะย่ะค่ะ…”
ซิ่นอ๋องมองเขาจากนั้นก็มองไท่จื่อแล้วยิ้มไม่พูดอะไร ที่แท้ผู้ที่ลงมือไม่ได้มีแค่คนเดียว แต่เป็นสอง
ใช่แล้ว คนอารมณ์ร้อนดื้อด้านอย่างเขามานั่งปล่อยให้เป็นไปตามชะตากรรมได้สิแปลกน่าเสียดายที่ให้ผู้อื่นแย่งไป
สำหรับตนแล้วกลับเป็นเรื่องที่ดีจากอารมณ์ของเด็กนี่ การที่ไท่จื่อยื่นมือเข้าไปพัวพันทำให้เขาขุ่นเคืองแน่นอน หลังจากนี้คงต่อกรกับไท่จื่อทุกหนแห่ง ถ้าเป็นเช่นนั้นไม่ใช่ว่ารอให้กุ้ยเฟยยืนอยู่ข้างตนอย่างนั้นหรือ
หึๆ รอก่อน อีกสักครู่ค่อยเปิดเผยเรื่องที่พวกเขาทำไว้เสด็จพ่อต้องกริ้วมากแน่…
“เปิดป้ายเถอะ” ฮ่องเต้พูด
เสวียนเฟยตอบรับ “พ่ะย่ะค่ะ”
เขาหมุนตัวกลับมา “คุณหนูหมิง เหลือท่านเพียงผู้เดียวแล้ว หากท่านคิดว่าป้ายในมือไม่ดีก็เปลี่ยนเป็นอันอื่นเถิด”
หมิงเวยก้มหน้าพูดเสียงเบา “ช่างเถอะ อันนี