้ก็ได้เจ้าค่ะ”
นางยื่นป้ายที่เหวินอิ๋งยัดมาให้โดยไม่คิดจะมองมันสักนิดราวกับว่าป้ายไหนก็เหมือนกัน
เสวียนเฟยหยิบป้ายแรกขึ้นมา “ป้ายนี้เป็นของคุณหนูเซี่ย”
คุณหนูเซี่ยตอบเสียงเบา “เจ้าค่ะ”
เสวียนเฟยแกะกระดาษสีแดงออกส่วนปลายของป้ายว่างเปล่า
“อันดับที่สิบสี่” คุณหนูเซี่ยโค้งคำนับด้วยความผิดหวังและก้าวออกไป
“คุณหนูหลู”
คุณหนูหลูผู้นี้เป็นลูกพี่ลูกน้องกับฉางหลู นางมองไปยังป้ายในมือของเสวียนเฟยด้วยความหวัง
เสวียนเฟยแกะกระดาษสีแดงแล้วหลุบตามอง “อันดับที่หกสิบเจ็ด”
ก่อนหน้านี้คุณหนูเก้าตระกูลหลูได้รับการสนับสนุนจากลูกพี่ลูกน้องของนางให้มาลองดู แต่ไม่ได้คาดหวังว่าจะจับได้ป้ายอันดับแรก และยังคิดว่าเมื่อโอกาสมาถึง โชคชะตาอาจเปลี่ยนแปลงได้ ไม่คิดว่าจะล้มเหลวมันขึ้นลงพลิกผัน แปรปรวนรวดเร็วมากจนนางเกือบร้องไห้ แต่ก็ไม่กล้าเสียมารยาทต่อหน้าฮ่องเต้จึงทำได้เพียงกลั้นน้ำตาและคารวะ “เจ้าค่ะ”
เสวียนเฟยแกะป้ายอันที่สาม…คุณหนูหลู่ได้อันดับแปด ว่างเปล่าเช่นกัน
เสวียนเฟยแกะจนถึงคนที่สิบเอ็ดล้วนไม่ใช่ป้ายหงส์ จนมาถึงป้ายอันที่สิบสอง ป้ายของเหวินอิ๋ง
หลังจากที่เปลี่ยนป้าย และเห็นว่าป้ายสิบเอ็ดอันแรกว่างเปล่าทุกค