ุดธูปที่เสวียนตูกวันจึงมาร่วมจับป้ายด้วยก็แค่นั้น และข้าก็บังเอิญจับได้”
“ในเมื่อท่านเองก็เลือกตามใจชอบ แล้วเหตุใดครั้งนี้ถึงไม่ตามใจแล้วล่ะ”
เหวินอิ๋งก้มศีรษะไปทางฉากกั้นและพูดว่า “ในเมื่อจับได้ป้ายอันดับหนึ่ง นับเป็นโชคดีที่ได้เขามาในห้องนี้ การเลือกตามใจชอบต่อหน้าฝ่าบาท และเหนียงเหนียงไม่ถือว่าเป็นการไม่เคารพหรอกหรือ มาถึงจุดนี้แล้วก็ต้องปฏิบัติอย่างจริงจัง”
ไม่มีคำพูดใดออกมาจากฉากกั้น เหวินอิ๋งรู้สึกว่าคำพูดของนางน่าจะกระตุ้นความสงสัยของฮ่องเต้ได้ นางจึงรู้สึกกล้าหาญมากขึ้น
“หากคุณหนูเจ็ดบริสุทธิ์ใจ เหตุใดไม่เปลี่ยนกับข้าล่ะอย่างไรเสียก่อนเปิดป้ายพวกเราทั้งหมดเป็นหนึ่งในร้อยมีโอกาสเท่ากัน”
“นั่น…”
เหวินอิ๋งมองเห็นโอกาสจึงคว้าป้ายมาจากมือหมิงเวยแล้ววางป้ายของตนเองไปแทน จากนั้นก็ยื่นป้ายให้เสวียนเฟยอย่างรวดเร็ว “ท่านราชครู ข้าเลือกเสร็จแล้วเจ้าค่ะ!”
“ท่านแย่งมันไปได้อย่างไร!” หมิงเวยรีบคว้ามันกลับคืนมา
น่าเสียดายที่ป้ายนั้นมาถึงมือของเสวียนเฟยแล้วเขาจับหัวป้ายแล้วพูดว่า “คุณหนูหมิง ต่อหน้าฝ่าบาทอย่าเสียมารยาท”
“แต่นางแย่งป้ายของข้านะเจ้าคะ!”
เสวียนเฟยพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ผู้ใดส่งถึงมือข้าก่อนก็เป็นของผู้นั้น หากป้ายที่คุณหนูเลือกถูกแย่งไปนั่นหมายความว่าท่านไม่มีวาสนากับมัน”
เมื่อเห็นว่าหมิงเวยกำลังจะร้องไห้เหวินอิ๋งก็มีความสุขนางพูดว่า “เจ้ารออะไรอยู่ล่ะ ผู้อื่นเลือกกันหมดแล้