หมือนว่าเจ้าเติบโตขึ้น แต่ยังไม่รู้ความ”
หยางชูเงยหน้าขึ้นราวกับว่าเขาต้องการจะพูด แต่ก็ไม่รู้จะพูดอะไร ร่องรอยความสับสนแวบเข้ามาในแววตาของเขาซึ่งเขาก็ยังปิดปากไม่พูดอะไร
“เอาล่ะ” น้ำเสียงของฮ่องเต้อ่อนลง “รู้ว่าเจ้ามีข้อสงสัยมากมายในใจเรื่องพวกนั้นเอาไว้ค่อยคุยกันภายหลังกองทัพซีเป่ยเข้าเมืองมาแล้ว ชมพิธีก่อนเถอะ”
“พ่ะย่ะค่ะ” หยางชูลุกขึ้นแล้วมีคนพาเขาไปรวมกลุ่มกับสมาชิกในราชวงศ์เพื่อชมพิธี
เนื่องจากตำแหน่งของเขาสูงกว่าคนอื่นๆ เขาจึงยืนกับองค์ชายใหญ่ทั้งสาม
ไท่จื่อและซิ่นอ๋องดูเปลี่ยนไปเล็กน้อย
ไท่จื่อดูสงบ เขาในวัยยี่สิบเจ็ดปีอยู่ในวัยที่ต้องแบกรับภาระแล้วจึงดูสงบนิ่งกว่าเมื่อก่อน เมื่อเห็นหยางชูก็พยักหน้าให้ และยิ้มทักทาย ดูมีความเป็นรัชทายาทอย่างมาก
หยางชูเห็นความเกลียดชังลึกๆ จากหว่างคิ้วของเขาเมื่อเทียบกับความอ่อนแอในอดีต ความเกลียดชังในตอนนี้ทำให้เขาตกใจ
ซิ่นอ๋องเองเดิมทีไม่ใช่คนซื่อสัตย์อยู่แล้ว เขาดูท่าทีกระฉับกระเฉงมีชีวิตชีวา ใจกว้าง เมื่อเห็นหยางชูเดินเข้ามาก็คุยกับเขาอย่างสนิทสนม และถามเรื่องกองทัพซีเป่ย หยางชูเพียงตอบสั้นๆ ไม่กี่คำ เมื่ออีกฝ่ายถามลึกขึ้นอีกก็ตอบไปว่าไม่สนใจกิ