จการทหาร
รอพวกเขาพูดคุยกันเสร็จอันอ๋องก็โน้มตัวเข้ามากระซิบ “หยางซานเจ้ากล้ามากที่วิ่งเข้าไปต่อสู้” พูดจบเขาก็ตบปากตนเองเบาๆ “ดูข้าสิ เรียกจนชินปากไปแล้ว ตอนนี้ไม่สามารถเรียกเจ้าว่าหยางซานได้อีกต้องเรียกหลานชายต่างหากถึงจะถูก”
เมื่อเห็นว่าตนเองได้เปรียบเขาก็ยิ้มเยาะ เมื่อก่อนหยางชูต้องเรียกเขาว่าเสด็จอา แต่ความสัมพันธ์ที่ห่างกันอีกทั้งยังก่อเรื่องทำให้ไม่สามารถพูดเรื่องความอาวุโสได้ ตอนนี้พวกเขาเป็นอาหลานกันจริงๆ แล้วจะดูหมิ่นเขาไม่ได้อีก จึงสามารถยกเรื่องความอาวุโสกดอีกฝ่ายได้
เขายังคงยิ้มหยางชูเหลือบมองอย่างเฉยเมย ความกลัวที่ถูกอีกฝ่ายบีบคอเมื่อครั้งก่อนเดินทางออกจากเมืองหลวงแวบเข้ามาทำให้เขายิ้มไม่ออกอีกต่อไป
เมื่อคิดว่าตอนนี้ตนเป็นผู้อาวุโสจะทำตัวอ่อนแอได้อย่างไรเด็กคนนี้ไม่สามารถทำร้ายเขาได้อีกแล้วเขากระแอมแล้วทำหน้าบึ้งตึง “ทำไมหรือ ในพิธีวันนี้เจ้าคิดจะก่อเรื่องอีกหรือ”
หยางชูถอนสายตาแล้วพูดอย่างไม่ใส่ใจ “เปล่าพ่ะย่ะค่ะ แค่นึกถึงเรื่องเมื่อก่อนแล้วรู้สึกว่าทำเกินไปคิดว่าควรต้องขออภัยเสด็จอาสาม”
คำว่าเสด็จอาสามทำให้จิตใจของอันอ๋องเบิกบานเมื่อคิดว่าหยางซานต้องมีวันนี้! ใช่ ต้อง