้น
นี่ไม่ใช่สถานการณ์ที่หยางซานสามารถสร้างได้เพียงลำพังมีอะไรในเมืองหลวงที่เขามองข้ามไปหรือไม่ ด้วยนิสัยของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน การยอมรับสถานะของเขาง่ายดายเช่นนี้อีกทั้งยังมอบตำแหน่งอ๋องให้อีกจะต้องมีใครสักคนในเมืองหลวงช่วยพูดให้เขาแน่!
และผู้ที่สามารถพูดเรื่องนี้ได้มีน้อยมาก กัวสวี่นับคนเหล่านั้นทีละคน และในที่สุดตนเองก็ต้องตกใจ
ผู้อาวุโสหลู่งั้นหรือ ให้ตายเถอะ! ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นคนเดียวที่พูดเรื่องนี้ได้โดยไม่ทำให้ฝ่าบาทสงสัย
เด็กคนนี้…หูได้ยินจงซู่ถามว่า “ใต้เท้ากัว ข้าคิดว่าเรื่องนี้มันแปลกๆ หรือข้าคิดมากไปเอง”
กัวสวี่เหม่อลอย “ใช่ๆ!”
“เยวี่ยอ๋องต้องรีบกลับเมืองหลวงสถานการณ์ในเมืองหลวงในอนาคตจะเป็นอย่างไร…”
กัวสวี่กลอกตา และพูดด้วยรอยยิ้ม “ถ้าแม่ทัพจงถามถึงเรื่องนั้นเกรงว่าท่านคงคิดมากไป เยวี่ยอ๋องเป็นเหลนของไท่จู่ และความสัมพันธ์นี้ค่อนข้างห่างไกล”
จงซู่หนักอกหนักใจจึงไม่สังเกตสีหน้าของอีกฝ่ายเขาพึมพำ “ก็จริง…”
เมื่อเห็นเขามีท่าทีเช่นนั้นกัวสวี่ก็ยิ้มเยาะในใจ
เสแสร้ง! ท่านเสแสร้ง! ก่อนหน้านี้คิดว่าตระกูลจงอยู่ข้างอันอ๋อง แต่ก็ดูไม่สมเหตุสมผล ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วที่แท้การเดิมพันอยู่ที