างตรงๆ ได้ว่าจะให้นางเป็นหวางเฟยของตนแล้วเหตุใดเขากลับพูดไม่ได้
“ตราบใดที่ข้ายังกังวลอยู่ท่านพูดไปก็ไม่มีประโยชน์เจ้าค่ะ” อย่างไรก็ตามหมิงเวยไม่สงสารเขาเลย นางตอบอย่างใจแข็งว่า “เพราะฉะนั้นประหยัดแรงไว้จะดีกว่า!”
“แล้วสถานการณ์แบบไหนที่จะทำให้ความกังวลของท่านหายไปได้”
หมิงเวยคิดแล้วส่ายหน้า “ไม่รู้เจ้าค่ะ”
หยางชูเอนหลังพิงโต๊ะอย่างหมดกำลังใจเขาคร่ำครวญ “ให้ความหวังสักนิดไม่ได้หรือ”
หมิงเวยอยากหัวเราะ “เรื่องอื่นให้ได้ แต่เรื่องนี้ไม่ได้จริงๆ เจ้าค่ะ”
“ท่านไร้หัวใจจริงๆ…” เขาว่าไปคำหนึ่ง นางว่าไปคำหนึ่ง ทั้งห้องอบอวลไปด้วยไออุ่น หนิงซิวยืนอยู่นอกค่ายมองดูท้องฟ้าสูง และทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ด้านนอก
เดิมทีเขาคิดว่ามันเป็นภาพลวงตาไม่คิดว่าพอก้าวไปทีละก้าวเขาจะเข้าไปใกล้ขึ้นเรื่อยๆ เขาถอนหายใจในใจ “ท่านอาจารย์ ภารกิจที่ท่านมอบให้ข้าดูเหมือนศิษย์จะทำไม่สำเร็จ”
ท้องฟ้ามืดลงโดยไม่รู้ตัวไม่รู้ว่าเมื่อไรที่หิมะแรกของฤดูหนาวนี้ตกลงมา
ใบหลิวลอยไปตามลม อากาศหนาวมาก แต่ก็งดงามมากเช่นกัน
………..
ในส่วนลึกของทุ่งหญ้ามีคนดูหิมะอยู่เช่นกัน
ทั้งคนทั้งม้าต่างเหน็ดเหนื่อยไม่ได้กินอะไรมาก นี่เป็นฤดูหนาวที่น่าเศ