ว่าข้าตั้งค่ายอยู่ที่นี่”
จงเยวี่ยยิ้ม “อย่างไรข้าก็เป็นคนในตระกูลจงยังเข้าใจวิธีติดตามร่องรอยของการเดินทัพ”
เขาชะงักไปพักหนึ่งแล้วพูดว่า “อันที่จริงครั้งนี้ข้าตั้งใจมาหาพี่ใหญ่”
“ตั้งใจหรือ”
จงเยวี่ยพยักหน้า “ไม่กี่วันก่อนข้าได้รับจดหมายจากสหายผู้หนึ่ง เขาไหว้วานให้ข้ามาโน้มน้าวท่าน”
“โน้มน้าวงั้นหรือ!” จงซู่เลิกคิ้ว “หมายความว่าอย่างไร”
จงเยวี่ยไม่มีเจตนาปกปิด เขาหยิบจดหมายออกมาแล้วยื่นให้จงซู่ จงซู่อ่านจบอย่างรวดเร็วสีหน้าของเขาเปลี่ยนไปชั่วขณะเขาทั้งตกใจและเสียใจ
เมื่อเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายจงเยวี่ยก็ถอนหายใจ “พี่ใหญ่เสียใจมากหรือ บอกตามตรงข้าก็รู้สึกเช่นเดียวกันเมื่ออ่านจดหมายจบ คนที่พวกเราตระกูลจงทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อปกป้องกลับกลายเป็นเช่นนี้…”
“น้องหก!” จงซู่ตะโกนห้ามเขา “พวกเราจงรักภักดีต่อผู้ที่อยู่ตำแหน่งนั้น เรื่องอื่นเราไม่เกี่ยวข้อง หากมีจิตใจกล่าวโทษก็ถือว่ามีใจที่ไม่บริสุทธิ์”
จงเยวี่ยมองเขาเงียบๆ อยู่นานก่อนจะพูดว่า “พี่ใหญ่ ข้าไม่เหมือนท่าน ออกจากตระกูลจงมาหลายปีคงไม่เป็นเหมือนท่านอีกต่อไปที่ต้องแสดงความจงรักภักดีเป็นอันดับแรก”
“งั้นเจ้ามาทำไมล่ะ จะโน้มน้าวให้ข้าทำผิดกฎบรรพบุรุษหรือ” เสียงของ