ะ”
เมื่อเห็นว่าหมิงเวยจากไปหนิงซิวก็คิดจะจากไปด้วย แต่หยางชูกลับรั้งเขาไว้ “ศิษย์พี่รีบมาช่วยข้าเร็ว! คนของข้าไม่พอ” หนิงซิวมองเขาอย่างเฉยเมย
“ท่านยืนงงอะไรอยู่ ตอนนี้เหล่าฟางได้รับบาดเจ็บขาหักไม่รู้จะต่อได้หรือไม่” หยางชูพึมพำในลำคอ “ท่านมียาลับไม่ใช่หรือรีบให้เขาทานเร็วเข้า ช่วยชีวิตเขาก่อน ไอหยา! มองข้าทำไมไม่มีเวลาแล้วชีวิตคนมีค่ามากนะ!”
หนิงซิวกระตุกมุมปาก และเดินตามอาสวนด้วยสีหน้าเรียบเฉย ช่างมันเถอะ อย่างไรเขาก็ปล่อยวางแล้วก็แค่ปฏิบัติไม่เท่าเทียมกัน
…………
เกิดความพลุ่งพล่านที่เนินกรวดกลางดึกจนกระทั่งรุ่งสางหมิงเวยถึงได้เห็นหยางชูที่ชำระกายเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว
ครึ่งปีที่ไม่เจอกันเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อยใบหน้าดูคมมากขึ้น ผิวหยาบกร้าน โชคดีที่ผิวไม่คล้ำง่าย เมื่อกลับมาสวมเสื้อผ้าปกติเขาดูหล่อเหลา และกล้าหาญมากขึ้นไม่ดูหยาบคาย
“ข้ากลับมาแล้ว ถือว่ามีความโชคดีในความโชคร้ายจริงๆ!”
หมิงเวยคว้าแขนของเขา “ตรงนี้ได้รับบาดเจ็บหรือไม่เจ้าคะ”
หยางชูพ่นลมหายใจ และปล่อยให้นางเลิกเสื้อผ้าขึ้นดู “ไม่เป็นไร ไม่ใช่บาดแผลหนักอะไรนัก เย็บเรียบร้อยแล้ว”
หมิงเวยเห็นว่าด้านในพันแผลเป็นอย่างดี แต่มีเ