ใหญ่
หยางชูไม่มีความสนใจในบทกวี เขาเพียงแค่หันกลับไปโบกมือให้ทั้งสองคนและตะโกนว่า “รอข้ากลับมา!”
จงรุ่ยยืนอยู่ข้างเขา และอดไม่ได้ที่จะถามเขาว่า “แม่นางหมิงวิ่งเต้นไปทั่วพร้อมกับท่าน ช่วยเหลือท่านมากมาย แต่ท่านไม่ให้ชื่อเสียงและฐานะแก่นางเลย เรื่องนี้เกินไปหรือไม่”
หยางชูกลอกตาและพูดว่า “ท่านเอาตาข้างไหนมองว่าข้าไม่ให้ชื่อเสียงและฐานะแก่นาง”
“ก็ข้าเห็นเต็มตา” จงรุ่ยพูด “ไม่มีชื่อไม่มีฐานะ แต่ท่านกล้านอนกับนางได้อย่างไร ชื่อเสียงของสตรีในตระกูลนั้นสำคัญมากได้ยินว่านางเป็นลูกหลานขุนนาง เป็นคุณหนูในห้องหอ ถึงท่านไม่ให้ตำแหน่งภรรยาแก่นาง แต่ก็ควรรับเข้า…ไอหยา!”
จงรุ่ยกุมหัวที่ถูกเขาตีจบเจ็บ “ท่านตีข้า!”
“ใช่!” หยางชูพูดอย่างโกรธเคือง “รับอะไรกัน ท่านมองนางเป็นอนุหรือ ไร้ยางอายจริงๆ”
แค่ตีหัวอีกฝ่ายเขายังรู้สึกว่ายังไม่พอแทบอยากจะเอาหอกแทงอีกฝ่าย โชคดีที่ม้าสองตัวมีระยะห่างกันพอควรจึงไม่สะดวกนัก
“ท่านคิดว่าทุกคนเป็นเหมือนท่านหรือ มีภรรยาอยู่เมืองหลวงทางนี้มีอนุอีกสอง อย่าเอาข้าไปเปรียบกับท่าน! ข้าไม่ได้สกปรกเช่นนั้น”
จงรุ่ยโกรธมาก “ท่านพูดอะไรน่ะ ภรรยาข้าให้คนหาบเกี้ยวเจ้าสาวอย่