ารย์บินอยู่บนฟ้าไร้สิ่งพึ่งพิง เมื่ออยู่ในระยะของหน้าไม้จะอันตรายมากจะต้องระมัดระวังในการซ่อนตัวด้วยนะเจ้าคะ”
“ข้าเข้าใจแล้ว”
“เช่นนั้นข้าไปก่อนนะเจ้าคะ”
“อืม” หมิงเวยเปิดห่อพัสดุแล้วหยิบชุดทหารของเผ่าหูมาสวมใส่จากนั้นสวมหมวกหนังใบหนา ไม่รู้ว่านางทำอย่างไรดึงไปจับไป ไม่นานนางก็ดูไม่ต่างจากหูเหรินเลย หากเดินออกไปผู้อื่นคงคิดว่านางเป็นแค่ทหารเผ่าหูตัวเล็กๆ สุดท้ายนางก็ยัดของที่เหลือที่อยู่ในห่อลงกระเป๋าหนังรอบเอว เมื่อลองใช้ดูเห็นว่าสามารถหยิบจับได้ตามที่ต้องการจึงมัดให้แน่นขึ้น
หนิงซิวนึกขึ้นได้บางอย่าง “จริงสิ ขลุ่ยของท่านหายไปแล้วยังหาของที่ใช้ได้ไม่เจอหรือ”
หมิงเวยพูดว่า “ไม่เป็นไร ข้ายังมีนกหวีดเจ้าค่ะ”
“แต่ก็ไม่ใช่ของที่ตนเองคุ้นเคยไม่สะดวกมือ” เขาปลดกู่ฉินแล้วเปิดช่องลับ คลำหาอยู่สักพักจากนั้นหยิบขลุ่ยออกมา “สหายของข้าผู้หนึ่งเคยใช้ และมันถูกเก็บไว้ที่นี่ไม่เคยย้ายไปที่ใด ท่านเอาไปใช้ก่อนเสร็จแล้วค่อยเอามาคืน”
หมิงเวยรับมันมาเมื่อสัมผัสขลุ่ยก็ร้องอุทาน “ของดีเลยเจ้าค่ะ”
หนิงซิวหัวเราะ “ขลุ่ยของท่านหายไปนานเช่นนั้นไม่มีเตรียมใหม่อีกเลย คิดว่าท่านคงเป็นคนเรื่องเยอะน่าดู ขลุ่ยนี้ทำมาจากไผ่เหลยอินท่านน่าจะพอใจ แต่น่าเสียดายที่ไม่ใช่ของข้าเลยไม่สามารถมอบให้ท่านได้”
“ยืมครั้งเดียวก็พอแล้วเจ้าค่ะ” หมิงเวยห้อยไว้รอบเอว และซ่อนมันไว้ในเสื้อผ้า
“ข้าไปล่ะเจ้าค่ะ”
“ได้”
หมิงเวยลงจากยอดเขา