และเข้าไปในค่ายของทหารเผ่าหูอย่างรวดเร็ว หนิงซิวมองดูนางหยุดอยู่ที่ประตูค่ายพักหนึ่งไม่รู้ว่าใช้วิธีใดถึงถูกปล่อยผ่านมาได้
หนิงซิวแกะห่อสัมภาระของตนจากนั้นประกอบชิ้นส่วนต่างๆ ของนกไม้และติดยันต์
เมื่อมองดูนกไม้เขาก็นึกถึงสิ่งที่อาจารย์พูดก่อนจะสิ้นใจในทันที “สายของพวกเรา ครั้งหนึ่งเคยโด่งดังไปทั่วหล้าเมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว และยังถูกเรียกว่าเป็นผู้นำของเสวียนชื่อ อย่างไรก็ตามเมื่อส่งต่อไปยังอาจารย์ปู่ท่านหนึ่ง ลูกศิษย์ของเขาก็ด่วนชิงจากไปเสียก่อนทำให้สูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของสำนักไป การสืบทอดถูกตัดขาด
ตั้งแต่นั้นมาสำนักก็ได้เปลี่ยนกฎ ลูกศิษย์สามารถรับได้หลายคน แต่มีเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่จะได้รับสืบทอดวิชา ศิษย์น้องของเจ้าเป็นคนที่มีคุณสมบัติความหวังของข้าอยู่ที่เจ้าแล้ว ภายภาคหน้าหากมีโอกาสเจ้าต้องหาของสิ่งนั้นเพื่อเติมเต็มมรดกสืบทอดให้สมบูรณ์ หากหาไม่พบจงส่งต่อคำสั่งเสียสุดท้ายนี้ต่อไปจนกว่าจะพบ”
อันที่จริงหนิงซิวไม่ได้นึกถึงคำพูดเหล่านี้หาของที่หายไปร้อยกว่าปีแล้ว คิดอยากจะเจอมันจะเจอได้ง่ายๆ ได้อย่างไร นอกจากนี้ยังไม่มีเบาะแสเหลืออยู่เลย
อย่างไรก็ตามเมื่อมองไปที่หมิงเวยเขามีความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก ดูเหมือนว่าสิ่งที่นางได้รับจะเป็นมรดกสืบทอดที่สมบูรณ์ของสำนัก แต่ท่านอาจารย์บอกอย่างชัดเจนว่า มีเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่จะได้สืบทอดซึ่งเขาอยู่ตรงนี้แล้วนางจะสามารถได้อย่า