งแบ่งอำนาจให้คนสองคน ลูกศิษย์แซ่หยางทำหน้าที่นำกองทัพ และอีกคนดูเหมือนจะเป็นขุนนางใหญ่จากเมืองหลวงแคว้นฉีมีหน้าที่รับผิดชอบขนส่งเสบียงทั้งสองคนกำลังทะเลาะกันขอรับ”
“ทะเลาะกันงั้นหรือ”
“ขอรับ! แล้วดูเหมือนขุนนางผู้นั้นสู้ไม่ได้ แต่เขาก็เป็นขุนนางฝ่ายบุ๋นอีกทั้งไม่ใช่คนที่นี่จะไปสู้ได้อย่างไร” ซูถูครุ่นคิด
……….
ในไม่ช้าซูถูก็พบว่ากองทัพแคว้นฉีได้เปลี่ยนกลยุทธ์
พวกเขาไม่อยู่หลังประตูที่ปิดสนิทอีกต่อไป แต่มองหาโอกาสที่จะออกมาสังหารทันที
การจู่โจมอย่างไม่คาดคิดของกองทัพแคว้นฉีนั้นเป็นไปไม่ได้เลยที่จะป้องกัน และคู่ต่อสู้ก็เจ้าเล่ห์มาก ไม่เพียงแต่จะเลือกเวลาในตอนกลางคืนเท่านั้น แต่ยังสังหารบริเวณรอบๆ แล้วกลับไปทำเอาทหารเผ่าหูโกรธมาก มันกะทันหันเกินไป ทุกครั้งที่ยังเตรียมการไม่ทันพร้อมพวกเขาก็กลับไปแล้ว
ปาตงโกรธมาก “หากมีความสามารถก็สู้กันตัวต่อตัวสิลอบโจมตีเช่นนี้มิใช่นักรบ!” เขาสงสัยอีกครั้ง “ต้าห่าน ท่านไม่อยากฝ่าอุปสรรคไปหรือให้พวกเราปรับตัวให้ชินก่อนพวกเราตายอย่างไม่ทันตั้งตัวสักวันหนึ่ง”
ซูถูเงียบอยู่นานและกล่าวว่า “เฝ้ามองต่ออีกหน่อย”
“ขอรับ”
กองทัพแคว้นฉียังคงออกมาก่อกวนเป็นครั้งคราวในตอนกลางคืน และทหารเผ่าหูเองก็ค่อยๆ ชินกับจังหวะนี้มีเสียงดังจากประตูเมืองในตอนกลางคืน ทหารที่มีหน้าที่ลาดตระเวนปลุกพวกเขาทันทีทำเอาทหารเผ่าหูถึงกับบ่นด้วยความหงุดหงิด
มาตอนกลางคืนเสมอเช่นนี้ไม่คิดจะให