“ไร้สาระ นี่มันไร้สาระเกินไปแล้ว!” กัวสวี่เดินไปรอบๆ ในหอสังเกตการณ์ด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง “คุณชายหยาง ถึงท่านจะไม่ได้แอบร่วมมือกับศัตรู ตอนนี้ทหารประชิดเมืองเปรียบถึงสถานการณ์คับขัน การแลกเนื้อกับศัตรูฟังดูไม่เข้าท่าเท่าไรนัก ตกลงนี่คือสงครามหรือสร้างมิตรภาพกันแน่ แม่ทัพจงมอบหน้าที่ดูแลกองทัพไว้ในมือท่าน ท่านตอบแทนเขาเช่นนี้หรือ”
หยางชูหาวอย่างเกียจคร้าน “ใต้เท้ากัวกำลังพูดถึงเรื่องอะไรน่ะ หลายวันมานี้ข้ากินอยู่ที่นี่ นอนที่นี่ ท่านเองก็เห็นกับตา ขอถามหน่อยข้าไม่กล้าสังหารศัตรูหรือ ข้าดูแลกองทัพไม่ดีพอหรือ เหตุใดฟังจากปากใต้เท้ากัวข้าถึงกลายเป็นคนร่วมมือกับศัตรูทรยศแผ่นดินไปได้ ข้าจะบอกท่านให้นะหากท่านเป็นเช่นนี้ข้าก่อเรื่องแน่จะคอยดูว่าเมื่อถึงเวลานั้นไม่มีผู้ใดต่อสู้ท่านจะทำอย่างไร!”
กัวสวี่พูดอย่างโกรธเคือง “พูดไร้สาระอะไรน่ะ ต่อหน้าศัตรูท่านยังเล่นเนื้อเล่นตัว การปกป้องเมืองเป็นหน้าที่ของข้าผู้เดียวหรือ หากปกป้องไม่ไหวจะให้พวกเราทุกคนจบชีวิตไปด้วยกันหรือ”
“สิ่งที่ข้าไม่ชอบมากที่สุดคือการถูกคนปรักปรำ!” หยางชูพูดอย่างโกรธจัด “ท่านเปิดปากพูดว่าข้าร่วมมือกับศัตรูข้าไม่พอใจเป็นอย่างมาก!”
“ผู้ใดบอกว่าท่านร่วมมือกับศัตรูกัน ข้าแค่บอกว่าท่านทำเช่นนี้ไม่เข้าท่าเลย! หากเกิดปัญหาขึ้นมาจะทำอย่างไร”
“แล้วมีปัญหาตรงไหนหรือ” หยางชูถามเขา “กินผักดองทุกวันทำให้ไม่อยากอาหาร ถ้าเบื่อก็กินข้าวไม่ลง