ถ้าไม่กินก็ไม่มีแรง ใต้เท้ากัวข้าไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง ท่านคงไม่รู้ว่าตั้งแต่ข้าแลกเปลี่ยนเนื้อแกะกับพวกเขา ผู้ใต้บังคับบัญชาของข้ามีความอยากอาหารมากขึ้นทำให้มีพลังที่จะฆ่าศัตรู เรื่องนี้ไม่ดีหรือ ท่านพูดสิว่ามีปัญหาตรงไหนกัน”
กัวสวี่อ้าปาก และคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า “นี่เป็นสงคราม ท่านช่วยจริงจังหน่อย! ท่านไม่กลัวถูกวางยาพิษหรืออย่างไร!”
“ข้ากลัว! แต่ก็เห็นแล้วว่าพวกเขาไม่ได้วางยาเรา!” หยางชูเหมือนจะขบสมองเพื่อหาเหตุผลให้ตัวเอง “อีกอย่าง นี่ถือเป็นการสอบถามสถานการณ์ของศัตรูด้วย! ท่านคิดดูเถอะซูถูเกลียดชังพวกเราเข้ากระดูกซึ่งเขาจะไม่ยอมให้คนของเขาแลกเปลี่ยนอาหารกับเราอย่างแน่นอน หูเหรินพวกนั้นแอบแลกเปลี่ยนซึ่งหมายความว่าพวกเขาคิดต่างกัน!”
กัวสวี่พูดอย่างโกรธเคือง “ท่านยังหาข้อแก้ตัว…เดี๋ยวนะ”
มีแสงสว่างวาบอยู่ในใจ และความโกรธของกัวสวี่หายไปในทันที และหันไปถามเขาว่า “เมื่อครู่ท่านพูดว่าอะไรนะพวกเขาคิดต่างงั้นหรือ”
“ใช่!” หยางชูพูด “อันที่จริงพวกเราแลกเปลี่ยนของกันก็เป็นตอนที่สงครามวันนั้นจบลง มีทหารมีปากเสียงกันด่ากันไปด่ากันมาพอพวกเราเริ่มทานอาหารก็มีคนบอกว่ากินผักดองทุกวันแล้วรู้สึกท้องไม่ย่อยเป็นผลให้ในตอนกลางคืนมีหูเหรินบางคนแอบขึ้นไปถามว่าพวกเขาสามารถแลกเปลี่ยนเนื้อแกะเป็นผักดองได้หรือไม่”
“…” กัวสวี่นั่งลงทำสมาธิ
หยางชูกล่าวอย่างภาคภูมิใจ “ใต้เท้ากัวครั้งนี้ท่านคงไม่มองพลาด