ื่องง่ายที่จะสื่อสาร”
“ดี!” กัวสวี่ลูบฝ่ามือของเขา “ส่งทหารสองคนนั้นมาให้ข้า พรุ่งนี้ข้าจะไปเฝ้าดูตรงนั้นเอง!”
หยางชูพูด “วันนี้เกิดเหตุการณ์วุ่นวายเช่นนี้คงทำให้อีกฝ่ายตกใจหนีไป พรุ่งนี้พวกเขาไม่มาอีกแน่นอน เฮ้อ…เช่นนี้ไม่สามารถกินได้อีกต่อไป”
กัวสวี่รู้สึกเสียใจเล็กน้อยและพูดว่า “รออีกสองสามวันบางทีอีกฝ่ายอาจทนไม่ไหว”
เขายิ้มและกล่าวว่า “คุณชายหยาง โปรดเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับข้าจะอธิบายกับแม่ทัพจงอย่างชัดเจนในภายหลัง”
“ได้” หยางชูไม่สนใจ “แต่ท่านต้องซ่อนเรื่องการแลกเปลี่ยนเนื้ออย่างลับๆ ของข้าด้วย”
“ได้ๆๆ” กัวสวี่รู้สึกเพียงว่าเมฆที่ปกคลุมศีรษะของเขาในทุกวันนี้ได้สลายไป เขาอารมณ์ดีมากไม่ว่าจะพูดอะไรเขารับปากหมด
“พวกท่านควรหาเวลาพักผ่อน พรุ่งนี้ต้องล้อมเมืองอีกมิใช่หรือ” กัวสวี่กล่าววางท่าอย่างผู้อาวุโสพูดด้วยความเป็นห่วงเล็กน้อยแล้วจากไป
เมื่อเขาเดินออกไปคนสองคนที่อยู่ในห้องก็มองหน้ากันจากนั้นก็หัวเราะ
หลังจากรอมาหลายวันถือว่าหาวิธีบอกใบ้เขาได้แล้วเพื่อหนทางสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น กัวสวี่ต้องพยายามอย่างหนักแน่นอน
หมิงเวยบิดเอว “ถือโอกาสให้ซูถูคิดฟุ้งซ่านถ้าเขาเอาแต่จ้องมองอยู่ตลอดเช่นนี้ก็ยากที่จะทำเรื่องต่างๆ ให้สำเร็จ”
หยางชูไม่พอใจ “เขาปรารถนาท่าน ท่านยังคิดจะไปพบเขาอีก!”
“แต่ข้าไม่ได้ปรารถนาเขา ท่านจะกลัวไปทำไมเจ้าคะ”
“อย่างไรข้าก็ไม่พอใจ…”
…………..
[1] หมาป่าหางโต : หมาป่าอวด