ไปมอง “ใต้เท้ากัว คอของท่านไม่ดีหรือดื่มน้ำร้อนดีหรือไม่ เดี๋ยวข้ารินให้”
“…” กัวสวี่พึมพำในใจเพื่อปรับตัวไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยสติหลุด แต่เพราะเป็นหมาป่าหางโต[1] แน่นอนว่าสามารถปลอมเป็นลูกแกะน้อยได้ มีอะไรไม่ดีบ้างเล่า
“มีตะเกียบหรือไม่” เขาถามอย่างมั่นใจ
“โอ้!” หยางชูตระหนักได้ในทันใด “เมื่อครู่ใต้เท้ากัวกำลังใช้ความคิดอยู่ข้าเลยไม่กล้ารบกวนเลยลืมเรื่องนี้ไปเลย มาๆๆ เชิญ”
กัวสวี่หยิบชามและตะเกียบเขาคีบหน่อไม้จากหม้อเป็นอย่างแรก รสชาติของผักสดยังติดลิ้นอยู่เลยซึ่งมันกรอบและสดชื่น จากนั้นเขาก็คีบเนื้อซึ่งมีรสเค็มเล็กน้อยซึ่งน่าจะเป็นเสบียงของทหาร อย่างไรก็ตามหูเหรินเชี่ยวชาญในเรื่องจัดการเนื้อแกะรสชาติไม่เลวเลย
กัวสวี่ไม่ได้พูดอะไรสักคำ เขาหมกมุ่นอยู่กับการกินอาหารอย่างน้อยอาหารครึ่งหนึ่งก็ตกลงไปอยู่ในท้องของเขา กินเสร็จยังไม่พอเขาเทน้ำแกงอีกครั้งหักซาลาเปาเย็นเป็นชิ้นๆ แช่น้ำแล้วเอาเข้าปากรู้สึกสะดวกสบายมาก!
กัวสวี่ที่พอใจในการตัดสินใจครั้งสำคัญนี้วางชามและตะเกียบไว้ แล้วถามอย่างเคร่งขรึม “คุณชายหยาง ท่านบอกว่าหูเหรินพวกนั้นไม่ใช่คนของเผ่าหมาป่าหิมะหรือ”
“แน่นอน” หยางชูพูด “คนของเผ่าหมาป่าหิมะจะแลกเปลี่ยนอาหารกับพวกเราได้อย่างไร แต่เป็นคนของเผ่าไหนข้าไม่รู้ เดิมทีการแลกเปลี่ยนอาหารเป็นไปอย่างลับๆ ล่อๆ ผู้ใดจะคุยข้ามกำแพงเมืองกัน! นอกจากนี้หูเหรินพวกนั้นพูดภาษาจงหยวนได้ไม่กี่คำไม่ใช่เร