น้ากวาดตามองและถามอย่างฉุนเฉียว “หัวหน้ากลุ่มของพวกเจ้าล่ะ เหตุใดถึงมีแค่สองคน”
ทหารในกลุ่มของเขาหมอบลงบนขอบกำแพงเมือง และมองออกไปพร้อมกับร้องอุทาน “ใต้เท้า เป็นหูเหรินขอรับ!”
ทหารทั้งสองหน้าซีดด้วยความตกใจ และพูดอย่างเร่งรีบ “ใต้เท้า พวกเรามีข้อมูลภายใน…”
“ข้อมูลภายในอะไรก็ไม่อาจต้านคำสั่งทหารได้” แม่ทัพกดกระบี่ในมือ “รีบไปเรียกหัวหน้าของพวกเจ้ามา!”
“เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือ” เสียงงัวเงียดังมาจากภายในหอสังเกตการณ์จากนั้นหยางชูก็ออกมา “เกิดอะไรขึ้น เสียงดังมาก”
“คุณชายหยาง” กัวสวี่พูดแทรก “ท่านอยู่ที่นี่หรือ เหตุใดถึงไม่เห็นอะไรเลย ทหารสองคนนี้ลอบติดต่อกับศัตรู! หากข้าไม่ระวังตัว เมืองที่พวกเราปกป้องมาหลายวันอาจถูกช่วงชิงไปแล้ว”
“ลอบติดต่อกับศัตรูงั้นหรือ” หยางชูเหลือบมองพวกเขา และแตะคางด้วยความประหลาดใจ “ท่านเข้าใจผิดแล้วนั่นเป็นคนของข้า”
แม่ทัพให้คนดึงเชือกขึ้นซึ่งมีตะกร้าใบเล็กผูกติดอยู่
“เป็นการติดต่อกับศัตรูแน่นอน!” กัวสวี่โกรธจัด “คุณชายหยาง ท่านหละหลวมเกินไปแล้ว! หรือว่าท่านต้องการติดต่อกับศัตรูกัน”
หยางชูยิ้มเยาะ “ข้าก็นึกว่าเรื่องอะไรท่านดูของให้ดีก่อนแล้วค่อยพูดดีกว่า”
กัวสวี่เปิดฝาและเห็นโถกระเบื้องหนา ๆ อยู่ข้างในซึ่งดูคุ้นเคย และเมื่อเขาเปิดมัน…
“ผักดองงั้นหรือ” หัวหน้าลาดตระเวนกลางคืนทำสีหน้าอธิบายไม่ถูก “คุณชายหยาง ท่านเอาผักดองมาทำอะไร”
“แลกอาหารกับหูเหรินอย่างไรเล่า! ว