หยางเป็นอะไรหรือค่อยๆ พูดก็ได้ พวกเราลงเรือลำเดียวกันแล้วพวกเราร่วมทุกข์ด้วยกัน”
“ใต้เท้ากัวกล่าวเช่นนั้นข้าก็สบายใจ” หยางชูใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดน้ำตา ดวงตาของเขาแดงก่ำเขากลั้นน้ำตาพูดว่า “ท่าน…อยู่บนเรืออับปางในตอนที่โจมตีเมือง แม่ทัพจงถูกหน้าไม้ยิงตอนนี้อาการไม่ดี…”
“อะไรนะ” กัวสวี่ตกใจ “เมื่อครู่ข้าได้ยินว่าแม่ทัพจงได้รับบาดเจ็บ แต่ยังขี่ม้าเข้าเมืองได้ เหตุใดจู่ๆ อาการถึงไม่ดีขึ้นล่ะ”
หยางชูพูดด้วยน้ำเสียงเศร้า “นั่นเพราะต้องแสดงท่าทีเข้มแข็งให้ทุกคนเห็น ไม่เช่นนั้นหากแม่ทัพใหญ่บาดเจ็บหนักกองทัพจะสั่นสะเทือนได้ กองทัพอาจล้มลงก่อนที่ผู้อื่นจะต่อสู้”
“นั่น…ก็จริง”
กัวสวี่ตอบรับไปเช่นนั้น แต่ในใจเขาสงสัยมากหยางชูผู้นี้ทำตัวเหลวไหลตอนอยู่เมืองหลวงผู้ใดจะรู้ว่าเขากำลังทำอะไรผิดอีกหรือไม่
“ไม่เช่นนั้นด้วยความสัมพันธ์ของพวกเราแม่ทัพจงจะรับข้าเป็นศิษย์ได้อย่างไร” หยางชูเช็ดดวงตาทำให้หางตากลับมาเป็นสีแดงอีกครั้ง
“การออกไปครั้งนี้ข้าเองก็อยากได้ความดีความชอบกลับไปด้วยเพื่อให้ฝ่าบาทเรียกข้ากลับเมืองหลวงไม่คิดว่าตนเองไม่รอบคอบจนติดอยู่ที่เนินกรวดกับแม่ทัพจง วันนั้นที่เข้าไปในเมืองแม่ทัพจงก็มีอาการไม่สู้ดีเพราะกลัวว่าจะสั่นคลอนกำลังใจของกองทัพจึงบอกว่าจะรับข้าเป็นศิษย์เพื่อให้ข้าดูแลกองทัพแทนเขา เช่นนี้ผู้อื่นจะได้ไม่สงสัย เฮ้อ…ข้าคิดว่าตระกูลจงกำลังต่อสู้กับข้าเพื่อผลประโยชน์เล็กน้อย แต่ไม่มี