รยาทนั่งตามสบายเถอะ”
เมื่อเห็นเขาเป็นเช่นนี้หยางชูถามเสียงเคร่งขรึมว่า “อาการบาดเจ็บของท่านไม่ดีขึ้นหรือ”
จงซู่พยักหน้า “แม้ว่าจะไม่ได้โดนจุดสำคัญ แต่ก็ทำให้บาดแผลเก่าของข้ากำเริบคงไม่ดีหากปรากฏตัวต่อหน้าทหาร”
หยางชูเข้าใจถ้าผู้บัญชาการได้รับบาดเจ็บสาหัสจิตวิญญาณของทหารจะสั่นสะเทือน “ข้าได้ยินเรื่องที่พวกท่านขโมยเมืองมาจากทหารระดับล่างว่าคุณชายหยางได้มีส่วนสำคัญในการขโมยประตูเมืองอย่างราบรื่น”
ต่อหน้าจงซู่หยางชูอ่อนน้อมถ่อมตน และตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า “แค่บังเอิญขอรับ”
จงซู่ยิ้ม “ความบังเอิญคือความแข็งแกร่งคุณชายหยางตอนนี้ข้ามีเรื่องหนึ่งอยากไหว้วานท่าน”
หยางชูพูดเสียงขรึม “ท่านสามารถสั่งการได้เลยขอรับบอกไหว้วานดูจริงจังเกินไปแล้ว”
“ข้าอยากไหว้วานจริงๆ” จงซู่ถอนหายใจและบอกเขาว่า “อาการบาดเจ็บของข้าไม่เบาเท่าไรนัก หากใช้อำนาจดูแลกองทัพเกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุได้ หากส่งเรื่องนี้ให้แม่ทัพใต้สังกัดก็กังวลว่าเขาจะเดาออก ดังนั้นข้าจึงหวังว่าคุณชายหยางจะสามารถออกหน้าได้”
หยางชูตกใจ “ท่านหมายความว่าอย่างไรให้ข้าดูแลกองทัพแทนท่านหรือ ไม่ดีหรอกขอรับ ด้วยสถานะของข้าแล้วไม่เหมาะที่จะออกหน้า”
“ใช่ แต่ก็ไม่ใช่ไปซะทั้งหมด” จงซู่พูด “ข้าต้องการให้ท่านดูแลกองทัพ แต่ไม่ใช่ในฐานะคุณชายหยางจากจวนโป๋วหลิงโหว แต่เป็นลูกศิษย์ของข้า”
หยางชูตกตะลึง ความก้าวหน้านี้คืออะไร ไม่นานมานี้เขาก็ยังแอบใช้ช่องโหว่อย่า